ลูกเดือย (Coix lacryma-jobi; ชื่อ EN: Job’s tears, adlay; ชื่อยาจีน: Yi Yi Ren) คือธัญพืชเม็ดกลมคล้ายสาคูที่จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และไทยกินทั้งเป็นอาหารและใช้ในตำรายาจีนมานานกว่า 2,000 ปี ในทศวรรษที่ผ่านมามีงานวิจัยรองรับเรื่องการปรับไขมันในเลือด ลดสารอักเสบในคนอ้วน ปรับภูมิคุ้มกัน และฤทธิ์ทางความงามผิว [1],[2] พร้อมความน่าสนใจเฉพาะทาง: น้ำมันจากเม็ดลูกเดือยถูกพัฒนาเป็นยาฉีดรักษามะเร็งในจีนอย่างเป็นระบบมาแล้ว [7],[8]
ประเด็นที่บทความสมุนไพรส่วนใหญ่เขียนพลาดคือ สองเรื่องนี้คนละระดับกัน — กินลูกเดือยเป็นธัญพืช กับ ยาฉีดที่สกัดเข้มข้นในโรงพยาบาล — และมีข้อห้ามหนึ่งข้อที่ห้ามข้าม: สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินลูกเดือยในรูปแบบสารสกัด/ขนาดยา บทความนี้จึงแยกระดับหลักฐานให้ชัดทุกหัวข้อ
ลูกเดือย คืออะไร ต่างจากเต้าทึงอย่างไร
ลูกเดือยเป็นหญ้าประจำปีในตระกูลหญ้า (Poaceae) รูปทรงเม็ดมนยาวมีร่องกลาง สีขาวนวลเมื่อเปลือกออกแล้ว ชื่อพ้องที่ต้องรู้:
- ลูกเดือย — ชื่อไทยกลาง เป็นส่วนประกอบหลักในขนมเต้าทึง, สระเกลาย์ (ภาคเหนือ)
- Job’s tears / adlay / coix — ชื่อ EN
- Coix lacryma-jobi L. var. ma-yuen (Stapf) — สายพันธุ์ที่เป็น “อาหาร-ยา” จริง เปลือกนิ่มกะเทาะออกได้ง่าย นี่คือชนิดที่งานวิจัยทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิง
- สายพันธุ์ป่า var. lacryma-jobi เปลือกแข็งกระจก ใช้ประดับเครื่องประดับ (“งาประดับ”) ไม่ใช่สายพันธุ์อาหาร
ความกำกวมในการค้นหา: “ลูกเดือย” กับ “เต้าทึง” ในไทยมักหมายพืชเดียวกัน แต่ SERP บางผลนำไปปนกับ “ลูกเดือย โปรตีน/เต้าทึง ส่งออก” ที่เป็นสินค้าพาณิชย์ ผู้ซื้อจึงควรดูชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lacryma-jobi var. ma-yuen บนฉลากเสมอ
| ชื่อ | พืช/สายพันธุ์ | การใช้ |
|---|---|---|
| ลูกเดือย / เต้าทึง | C. lacryma-jobi var. ma-yuen | อาหาร น้ำชง ยาจีน |
| งาประดับ (Job’s tears เม็ดแข็ง) | var. lacryma-jobi | เครื่องประดับ — ไม่ใช่อาหาร |
| ข้าวกล้อง/ข้าวสาลี | ธัญพืชอื่นในตระกูลหญ้า | เทียบโภชนาการได้แต่คนละชนิด |
สารสำคัญในลูกเดือย
รีวิวทางวิชาการสรุปว่าแยกสารจากลูกเดือยได้แล้วกว่า 80 ชนิด [5] ตัวที่ถูกวิจัยเด่น:
- Coixenolide — ไขมันไดออลเฉพาะของลูกเดือย เป็นสารหลักในน้ำมันลูกเดือยที่ถูกพัฒนาเป็นยา Kanglaite [5],[24] มีงานเชื่อมโยงกับฤทธิ์ต้านมะเร็งและภูมิคุ้มกัน
- Coixol (6-methoxybenzoxazolinone) — แอลคาลอยด์ที่เด่นเรื่องยับยั้งไทโรซิเนส (กลไกผิวขาว) และต้านการอักเสบ [17],[18]
- โพลีแซ็กคาไรด์ (coixan ฯลฯ) — ฤทธิ์ปรับภูมิและผลต่อน้ำตาลในงานวิจัยในสัตว์ [2],[5]
- สเตอรอลพืช (β-sitosterol, stigmasterol) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว — เชื่อมกับการปรับไขมันในเลือด [15],[24]
- โพลีฟีนอล รำและวิตามิน E (tocols, γ-oryzanol) — ต้านอนุมูลอิสระ พุ่งสูงขึ้นเมื่อหมัก [23]
สรรพคุณของลูกเดือย และงานวิจัยที่รองรับ
1. ไขมันในเลือดและการอ้วน — มีงานในคน (ขนาดเล็ก)
หลักฐานระดับมนุษย์ที่ชัดที่สุดของลูกเดือยมาจากทีมไต้หวัน:
- งานนำร่อง 6 สัปดาห์ (Cheng 2022, Nutrients): ผู้ใหญ่อ้วน-พุงใหญ่ 21 คน กินผงลูกเดือยขาว 60 กรัมต่อวัน แทนอาหารหลักบางส่วน — ผลลัพธ์: ลด % ไขมันในร่างกาย, ลด TC และ TG ลด TNF-α, IL-6, เลปติน และ MDA (สารบ่งชี้ความเครียดออกซิเจน) อย่างมีนัยสำคัญ โดยคนที่ไขมันพื้นฐานสูงได้ผลชัดกว่า [12]
- งานเสริมความดัน (Yeh 2021): คนอ้วน 23 คน อาหารเดียวกัน 6 สัปดาห์ — ความดันโลหิตบนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ชัดเจนในกลุ่มที่ความดันพื้นฐานสูง [13]
- งานวิจัยในสัตว์เสริมกลไก: น้ำมันลูกเดือยลดน้ำหนัก-ไขมัน-TC-TG ในหนูอ้วนจากอาหารไขมันสูง พร้อมปกป้องตับ [14] และสารสกัดลูกเดือยปรับเส้นทาง PPAR (สังเคราะห์-สลายไขมัน) ร่วมกับการเปลี่ยนจุลินทรีย์ลำไส้ในหนูไขมันสูง [15]
การตีความ: งานในคนเป็น single-arm pilot (ไม่มีกลุ่มควบคุม) และกลุ่มเล็ก — สรุปได้ว่า “แนวโน้มเชิงบวก น่าเชื่อถือระดับงานนำร่อง” ยังไม่ถึงระดับ RCT ใหญ่ที่ให้คำแนะนำเชิงคลินิก
2. การอักเสบและภูมิคุ้มกัน
- งานในคนด้านบนยืนยันลดไซโตไคน์อักเสบ TNF-α และ IL-6 ในเลือดจริง [12]
- งานญี่ปุ่นในผู้มีสุขภาพดีที่กินลูกเดือย พบการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเม็ดเลือดขาวกลุ่ม lymphocyte ที่สัมพันธ์กับระดับ galectin-9 ในพลาสมา — เป็นหลักฐานว่า “กินลูกเดือยแล้วภูมิเปลี่ยนได้จริง” แม้ความหมายทางคลินิกยังต้องศึกษาต่อ [22]
- งานวิจัยในเซลล์พื้นฐาน: สารสกัดลูกเดือยยับยั้งเส้นทาง NF-κB และ PKC — ศูนย์กลางการอักเสบและการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ [4] รีวิวรวบรวมผลลด IL-1β, TNF-α, IL-6, MCP-1 ในสัตว์ [5]
- รีวิว 109 งาน (2022) สรุปฤทธิ์กว้าง: ต้านจุลชีพ ต้านไวรัส แผลหายเร็ว ต้านชรา ขับปัสสาวะ ปรับภูมิ ต้านอักเสบ — แต่ตัวงานยังเป็นหลอดทดลองและสัตว์เป็นหลัก [1]
3. มะเร็ง — อ่านให้ชัด: นี่คือ “ยาฉีด” ไม่ใช่ “ธัญพืชกินเล่น”
เรื่องที่ทำให้ลูกเดือยมีชื่อในวงการแพทย์จริงจัง คือ Kanglaite Injection (KLT) — อิมัลชันน้ำมันลูกเดือยที่จีนอนุมัติใช้ตั้งแต่ปี 1995 เป็นยาช่วยในมะเร็ง [6],[8]:
- Meta-analysis 27 RCT (n = 2,243) มะเร็งปอดชนิดไม่เล็กระยะ III-IV: KLT + เคมีบำบัดกลุ่มแพลทินัม เพิ่มอัตราควบคุมโรค (RR 1.20), อัตราการตอบสนอง (RR 1.45), อัตรารอดชีวิต 1 ปี (RR 1.20), คุณภาพชีวิต และลดพิษรุนแรงจากเคมีบำบัด 59% — แต่คุณภาพหลักฐานระดับปานกลางถึงต่ำ และผู้เขียนสรุปเองว่ายังต้องมี RCT คุณภาพสูงต่อไป [7]
- Phase I-II ในมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม (สหรัฐ): KLT + gemcitabine ปลอดภัยในระดับทดสอบ มีผลต่อการกด NF-κB/COX-2 [6]
- รีวิว KLT เป็นยาช่วยในมะเร็ง (2022): สนับสนุนประสิทธิผลและความปลอดภัยในมะเร็งปอด-เยื่อหุ้มปอด-ตับ [8]
- งานกลไกเสริม: ต้านแคแร็กเซีย (การสูญเสียกล้ามเนื้อ-ไขมันในผู้ป่วยมะเร็ง) ในหนู [9], เสริมฤทธิ์ซิสพลาตินในหนูมะเร็งปอด [10], ลดผลเร่งมะเร็งจากความอ้วน [11], coixenolide เพิ่มการทำงานของ T เซลล์ CD8+ ในมะเร็งตับอ่อน-อ้วน (งานระดับสูงปี 2025) [24], และงานวิจัยในเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่จากไทย [21]
ข้อความสำคัญที่สุด: หลักฐานทั้งหมดนี้คือ ยาฉีดเข้าเส้นเลือด ระดับยา ในผู้ป่วยมะเร็งที่โรงพยาบาล — การกินเม็ดลูกเดือยหรือดื่มน้ำลูกเดือยไม่สามารถเทียบได้เชิงปริมาณและไม่มีหลักฐานต้านมะเร็งในคน ห้ามนำไปอ้างว่า “ลูกเดือยรักษามะเร็ง”
4. ผิวพรรณ-ความงาม — เหตุผลที่ “ลูกเดือยผิวขาว” มีรากฐานงานวิจัย
- นักวิจัยแยกสาร 10 ชนิดจากเม็ดลูกเดือย แล้วทดสอบในเซลล์เมลาโนมา B16-F10 พบ coixol และสารอีกตัวยับยั้งการสร้างเมลานินได้ดีกว่า arbutin (สารยับยั้งมาตรฐาน) ในระดับความเข้มข้นเดียวกัน โดยไม่เป็นพิษต่อเมลาโนไซต์ [17] — งานแรกที่ยืนยันตำนาน “ลูกเดือยทำให้ผิวขาว” ในระดับเซลล์
- งานกลไกโมเลกุล (2022): coixol ยับยั้งไทโรซิเนสโดยตรง ส่วนสเตอรอล-โพลีแซ็กคาไรด์ช่วยกุมน้ำในผิว — อธิบายทั้งมุม “ผิวใส” และ “ผิวชุ่มชื้น” [18]
- น้ำหมักลูกเดือยหมัก Lactobacillus reuteri ปกป้องไฟโบรบลาสต์ผิวคนจาก oxidative stress: เพิ่มคอลลาเจนชนิด I และกรดไฮยาลูโรนิก ลด MMP-1 (เอนไซม์ทำลายคอลลาเจน) [19]
- รำลูกเดือย (adlay bran) หมักจุลินทรีย์ เพิ่มฤทธิ์ต้านการสร้างเมลานินถึง 40% ผ่านการปรับ MITF/tyrosinase [20]
ระดับ: ทั้งหมดเป็น งานวิจัยในเซลล์ — ใช้อธิบายกลไกและสนับสนุนการเป็นส่วนผสมเครื่องสำอาง ยังไม่มี RCT ในคนเรื่อง “กินแล้วผิวขาวขึ้น”
5. อื่นๆ ที่เป็นงานเบื้องต้น
- กรดยูริก (เกาต์): น้ำมันลูกเดือยลดกรดยูริกในหนูผ่านการปรับไตและลำไส้ [16] — งานวิจัยในสัตว์ ต้องรองานวิจัยในคน
- ต้านอนุมูลอิสระ: หมักลูกเดือยด้วย Monascus purpureus เพิ่มวิตามิน E, γ-oryzanol และ coixenolide 2-25 เท่า พร้อมฤทธิ์ต้านอนุมูล-ต้านมะเร็งในเซลล์สูงขึ้น [23]
ตารางสรุป: สรรพคุณ → สารสำคัญ → ระดับหลักฐาน
| ภาวะ | หลักฐานที่พบ | สารสำคัญ | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|---|
| ไขมันในเลือด-อ้วน | ลด TC/TG/ไขมัน ในคนอ้วน 6 สัปดาห์ | ธัญพืชทั้งเม็ด | งานในคน (นำร่อง) |
| การอักเสบ | ลด TNF-α, IL-6 ในเลือดคน | ธัญพืชทั้งเม็ด | งานในคนนำร่อง |
| ภูมิคุ้มกัน | เปลี่ยน lymphocyte จริง | โพลีแซ็กคาไรด์ | งานในคน (กลไก) |
| มะเร็ง (ผู้ป่วย) | meta 27 RCT เพิ่มผลเคมีบำบัด | น้ำมันลูกเดือย (KLT) | ยาฉีด — ใช้ใน รพ.จีน |
| ผิวขาว/จุดด่างดำ | ยับยั้งเมลานินเทียบ arbutin | coixol | เซลล์ |
| ผิวชุ่มชื้น/แก่ก่อนวัย | เพิ่มคอลลาเจน ลด MMP-1 | หมักโพลีแซ็กคาไรด์ | เซลล์ |
| ความดัน | ลดความดันบนในคนอ้วน | ธัญพืชทั้งเม็ด | งานนำร่อง |
| กรดยูริก | ลด UA ในหนู | น้ำมันลูกเดือย | สัตว์ |
ใครควรศึกษาข้อมูลเรื่องลูกเดือย
บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำหรับผู้อ่านต่อไปนี้: คนไขมันสูง-อ้วนที่มองหาธัญพืชช่วยปรับไขมัน [12],[14] คนที่สนใจลดการอักเสบเรื้อรัง [12],[5] ผู้ที่สนใจสุขภาพผิวจากภายใน [17],[19] และผู้ป่วยมะเร็งที่อยากรู้ว่า “ยาจากลูกเดือย” คืออะไร — โดยต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องการแพทย์โรคมะเร็งในจีน [7],[8] — ทั้งหมดโยงต่อยังหน้าหมวด “อาการ” “โรค-ภาวะ” และ “สารสกัดจากพืช”
วิธีกินลูกเดือย และรูปแบบผลิตภัณฑ์
- น้ำลูกเดือยต้ม/นึ่งเป็นข้าว — วิธีดั้งเดิม: ต้มเม็ดสุก (อย่างน้อย 1 ชม.) ดื่มน้ำใส กินเม็ดร่วมได้; ผสมกับข้าวสวยหรือหุงข้าวราดขนม
- ผงชงดื่ม — ผงลูกเดือยคั่ว-อบแห้ง ชงกับน้ำร้อน ทำง่ายกว่าต้มเม็ด
- อาหารเสริมสารสกัด/น้ำมันลูกเดือย (coixenolide) — มีจำหน่ายในตลาด แต่งานวิจัยเชิงคลินิกที่มีอยู่ใช้รูปแบบต่างจากนี้เกือบทั้งหมด — ใช้ตามฉลาก และผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาเภสัชกร
ปริมาณที่งานวิจัยในคนใช้: 60 กรัมเม็ดลูกเดือยขาวต่อวัน (แทนอาหารหลักบางส่วน) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ [12],[13] — ขนาดนี้คือโปรโตคอลงานวิจัย ไม่ใช่คำแนะนำสากล และต้องต้มสุกก่อนกินเสมอ (เม็ดดิบย่อยยาก)
ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และผู้ที่ไม่ควรกิน
- สตรีมีครรภ์ — ข้อห้ามสำคัญที่สุด: ตำรายาจีนเล่มคลาสสิก (Ben Cao Jing Shu) ระบุห้ามในคนตั้งครรภ์ และงานในสัตว์รายงานว่าสารสกัดน้ำลูกเดือยเพิ่มการดูดกลืนตัวอ่อนตาย (fetal resorption) และเร่งการหดตัวมดลูก [25] แม้ระดับอาหารปกติยังไม่มีงานความปลอดภัยเฉพาะเจาะจง กลุ่มนี้จึงควรหลีกเลี่ยงรูปแบบสารสกัด/ขนาดยา และปรึกษาแพทย์ก่อนกินในปริมาณมาก
- ยาเบาหวาน: ลูกเดือยมีสารที่มีผลลดน้ำตาลในงานวิจัยในสัตว์ [2] — ผู้รับประทานยาเบาหวานควรเฝ้าระวังอาการน้ำตาลต่ำและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้รูปแบบเข้มข้น
- ก่อนผ่าตัด: เนื่องจากอาจกระทบระดับน้ำตาล แนะหยุดใช้รูปแบบอาหารเสริมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด [26]
- การแพ้ตระกูลหญ้า: คนแพ้ข้าว/ข้าวโพด/ข้าวสาลีอาจมีโอกาสแพ้ไขว้ได้แม้ไม่บ่อย [26]
- การอ้างเรื่องมะเร็ง: หลักฐานทั้งหมดคือยาฉีดในโรงพยาบาลจีน [7] — ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อ้าง “รักษามะเร็ง” ขัดข้อบังคับ อย. และขัดข้อเท็จจริง
- โดยทั่วไป: การกินเป็นธัญพืชตามอาหารประเพณีถือว่าปลอดภัยตามการใช้ที่เป็นมา [1],[26]
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ลูกเดือยให้ได้คุณภาพ
4 จุดยึดหลักกฎหมายอาหารเสริมไทย:
- เลข อย. บนฉลาก — ยืนยันความปลอดภัยพื้นฐานของสูตร
- แหล่งปลูก/สายพันธุ์ที่ระบุชัด — ลูกเดือยไทย (ภาคเหนือ) หรือนำเข้าจากจีน-ไต้หวัน ควรระบุ var. ma-yuen
- ปริมาณสารสกัดจริง — ถ้าเป็นสารสกัด coixenolide ควรระบุมิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค (ในธัญพืช coixenolide ไม่เกิน 0.25% ของเม็ด [18])
- การผลิต GMP และระวังสินค้าขายข้ามแดนแบบไม่ตรวจสอบสารปนเปื้อน (โลหะหนัก/เชื้อรา) ซึ่งเสี่ยงกับธัญพืชโดยทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม 1: ลูกเดือยกับเต้าทึงเป็นตัวเดียวกันไหม?
โดยรวมใช่ — เป็นชื่อไทยของ Coix lacryma-jobi var. ma-yuen เหมือนกัน ต่างกันที่เจตนาค้น (ธัญพืช/สินค้าส่งออก) — ดูชื่อวิทยาศาสตร์บนฉลากเสมอ
ถาม 2: ลูกเดือยช่วยลดน้ำหนัก/ไขมันจริงหรือไม่?
มีงานนำร่องในคนอ้วน 60 ก./วัน 6 สัปดาห์ ลดไขมัน-TC-TG และสารอักเสบ [12] งานวิจัยในสัตว์สนับสนุนกลไก [14],[15] — แนวโน้มเชิงบวกระดับงานนำร่อง ยังไม่มี RCT ใหญ่
ถาม 3: ดื่มน้ำลูกเดือยทุกวันได้หรือไม่ ทำอย่างไร?
ได้ในระดับอาหาร — ต้มเม็ดสุก (1-2 ชม.) หรือชงผง ดื่มวันละ 1-2 แก้ว กินเม็ดร่วมได้ คนตั้งครรภ์และผู้กินยาเบาหวานให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
ถาม 4: ลูกเดือยช่วยผิวขาวจริงหรือไม่?
มีหลักฐานระดับเซลล์: coixol ยับยั้งการสร้างเมลานินดีกว่า arbutin ในเซลล์ทดสอบ [17],[18] — ยังไม่มีงานในคนยืนยันว่า “กินแล้วผิวขาว” จึงควรมองเป็นข้อมูลตั้งต้น ไม่ใช่ผลรับประกัน
ถาม 5: คนตั้งครรภ์/ให้นมบุตรกินได้หรือไม่?
ตำรายาจีนและงานวิจัยในสัตว์ชี้ความเสี่ยงกระตุ้นมดลูก/ตัวอ่อน [25] — กลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงรูปแบบสารสกัดและขนาดมาก ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ถาม 6: ลูกเดือยรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่?
มียา “Kanglaite” ที่สกัดน้ำมันลูกเดือย ใช้ฉีดเป็นยาช่วยเคมีบำบัดในจีน มี meta-analysis 27 RCT สนับสนุนผลเสริม [7] — แต่เป็นยาฉีดในผู้ป่วย ไม่ใช่การกินธัญพืช และไม่ควรใช้แทนการรักษามะเร็งมาตรฐาน
ถาม 7: กินเท่าไรต่อวันจึงเหมาะสม?
งานวิจัยในคนใช้ 60 ก. เม็ด/วัน [12] — เป็นขนาดงานวิจัย ระดับอาหารทั่วไปประมาณ 30-60 ก./วัน (ต้มสุก) เพียงพอสำหรับผลเชิงอาหาร
ถาม 8: ซื้อผงลูกเดือยดูอย่างไรหลีกเลี่ยงสินค้าปลอม?
ตรวจสอบ 4 จุด: เลข อย. / แหล่งปลูก-สายพันธุ์ชัด / ปริมาณสารสกัดจริง (ถ้าเป็นสารสกัด) / มาตรฐานการผลิต GMP และระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติจากแหล่งไม่ตรวจสอบ
สรุป
ลูกเดือยคือธัญพืชที่มีงานวิจัยรองรับมากกว่าที่ภาพ “เครื่องดื่มสมุนไพรผิวขาว” ให้เห็น — หลักฐานในคนที่แข็งที่สุดคือการปรับไขมันในเลือดและลดสารอักเสบในคนอ้วน (60 ก./วัน 6 สัปดาห์) ตามด้วยงานภูมิคุ้มกัน ความดัน และกลไกผิวพรรณระดับเซลล์ เรื่องมะเร็งมีเฉพาะยาฉีดระดับโรงพยาบาลจีน ไม่ใช่การกินธัญพืช และข้อห้ามเดียวที่ห้ามลืมคือ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่สนใจควรกินเป็นอาหารประจำวันแบบต้มสุก ไม่ใช่แทนการรักษาโรค
บทความนี้เรียบเรียงจากงานวิจัยเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ได้ให้บริการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ผู้อ่านที่ต้องการใช้เป็นอาหารเสริมหรือยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- 1 รีวิว 109 งาน — Nurkolis F et al. (Health Benefits of Coix Seed (Coix lacryma-jobi): A Study Review) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 2 รีวิววิจารณ์ — Devaraj RD, Jeong YK, Xu B (Phytochemistry and health promoting effects of Job’s tears (Coix lacryma-jobi) — A critical review) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 3 รีวิวต้านมะเร็ง — Meng FD et al. (Anti-tumor effect of coix seed based on the theory of medicinal and food homology) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 4 งานเซลล์ (กลไก NF-κB/PKC) — Woo JH et al. (Coix seed extract, a commonly used treatment for cancer in China, inhibits NFkappaB and protein kinase C signaling) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 5 รีวิว (Coicis Semen) — ทีมวิจัย 2023 (Coicis Semen for the treatment of malignant tumors of the female reproductive system: A review) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 6 Phase I-II (ตับอ่อน) — Qian B et al. (A Randomized, Open-Label, Safety and Exploratory Efficacy Study of Kanglaite Injection (KLTi) plus Gemcitabine versus Gemcitabine in Patients with Advanced Pancreatic Cancer) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 7 Meta-analysis (27 RCT มะเร็งปอด) — Huang X et al. (Kanglaite injection plus platinum-based chemotherapy for stage III/IV non-small cell lung cancer: A meta-analysis of 27 RCTs) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 8 รีวิว (KLT เป็นยาช่วยมะเร็ง) — Lu C et al. (Kanglaite (Coix Seed Extract) as Adjunctive Therapy in Cancer) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 9 สัตว์ (แคแร็กเซีย) — ทีมวิจัย 2019 (Coix seed oil ameliorates cancer cachexia by counteracting muscle loss and fat lipolysis) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 10 สัตว์ (KLT+ซิสพลาติน) — Duan GC et al. (The Effects of Combination of Coix Seed Extract and Cisplatin on TAM and Expression of HIF-1α in Vivo in Lewis Lung Carcinoma) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 11 สัตว์ (KLTI กิน-มะเร็งปอด-อ้วน) — ทีมวิจัย 2017 (Oral kanglaite injection (KLTI) attenuates the lung cancer-promoting effect of high-fat diet (HFD)-induced obesity) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 12 งานในคน (นำร่อง 21 คนอ้วน) — Cheng WY et al. (Consumption of Dehulled Adlay Improved Lipid Metabolism and Inflammation in Overweight and Obese Individuals after a 6-Week Single-Arm Pilot Study) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 13 งานในคน (ความดัน 23 คน) — Yeh WJ et al. (Dehulled Adlay Consumption Modulates Blood Pressure in Spontaneously Hypertensive Rats and Overweight and Obese Young Adults) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 14 สัตว์ (น้ำมันลูกเดือย-อ้วน) — ทีมวิจัย 2022 (Effects of Coix Seed Oil on High Fat Diet-Induced Obesity and Dyslipidemia) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 15 สัตว์ (สารสกัด-ไขมันสูง PPAR) — ทีมวิจัย 2025 (Coix Seed Extract Attenuates Glycolipid Metabolism Disorder in Hyperlipidemia Mice Through PPAR Signaling Pathway) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 16 สัตว์ (กรดยูริก) — ทีมวิจัย 2025 (Coix Seed Oil Alleviates Hyperuricemia in Mice by Ameliorating Oxidative Stress and Intestinal Microbial Composition) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 17 งานเซลล์ (เมลานิน) — ทีมวิจัย 2017 (Melanogenesis inhibitors from Coix lacryma-jobi seeds in B16-F10 melanoma cells) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 18 งานเซลล์ (coixol-ไทโรซิเนส) — ทีมวิจัย 2022 (Molecular Action Mechanism of Coixol from Soft-Shelled Adlay on Tyrosinase: The Future of Cosmetics) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 19 งานเซลล์ผิวคน (หมัก L. reuteri) — ทีมวิจัย 2023 (Protection Impacts of Coix lachryma-jobi L. Seed Lactobacillus reuteri Fermentation Broth on Hydrogen Peroxide-Induced Oxidative Stress in Human Skin Fibroblasts) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 20 งานเซลล์ (รำหมัก-เมลานิน) — ทีมวิจัย 2025 (Upcycling of Adlay Bran via Lactobacillus Fermentation Enhances Anti-Melanogenic and Antioxidant Activities through MITF/Tyrosinase Pathway Modulation) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 21 งานเซลล์ (มะเร็งลำไส้-ไทย) — Manosroi A et al. (In vitro anti-cancer activities of Job’s tears (Coix lachryma-jobi Linn.) extracts in colorectal cancer cell lines) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 22 งานในคน (ภูมิ-galectin-9) — ทีมวิจัย 2022 (A Comprehensive Analysis of Plasma Cytokines and Metabolites Shows an Association between Galectin-9 and Changes in Peripheral Lymphocyte Subset Percentages Following Coix Seed Consumption) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 23 งานเซลล์ (หมัก Monascus) — ทีมวิจัย 2021 (Increases of Lipophilic Antioxidants and Anticancer Activity of Coix Seed Fermented by Monascus purpureus) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 24 งานระดับสูง (coixenolide-ภูมิมะเร็ง) — ทีมวิจัย 2025 (Coixenolide Enhances Antitumor Immunity of Cytotoxic CD8+ T Cells by Inhibiting S100A8/A9-CD36 Axis in Obesity-Associated Pancreatic Adenocarcinoma) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 25 สัตว์ (ยุติการตั้งครรภ์-มดลูก) — Tzeng HP, Chiang W, Ueng TH, Liu SH et al. (The abortifacient effects from the seeds of Coix lachryma-jobi L. var. ma-yuen Stapf) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 26 แหล่งความปลอดภัยอ้างอิง — RxList (Job’s Tears — Health Benefits, Side Effects, Uses, Dose & Precautions) อ่านงานวิจัยเต็ม