บัวหลวง (Nelumbo nucifera / Sacred lotus) คือพืชน้ำที่คนเอเชียใช้ทั้งเป็นอาหารและยามาแล้วหลายพันปี — ใบ เหง้า ดอก เกสร เมล็ด และจมูกเมล็ด ทุกส่วนมีบทบาทในตำราแพทย์แผนจีน อินเดีย และไทย[40],[41] งานวิจัยสมัยใหม่ยืนยันสรรพคุณเด่น 3 กลุ่ม คือ ต้านอักเสบ-ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสะสมไขมันและปรับการเผาผลาญ และช่วยผ่อนคลายและช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น[40],[42],[43]
บทความนี้รวบรวมงานวิจัย 43 งานจากฐานข้อมูล PubMed/PMC มาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้อ่านง่าย พร้อมอ้างอิงทุกประโยคสำคัญ และแยกให้ชัดว่าข้อไหนมีหลักฐานจากการทดลองในคน ข้อไหนยังมีแค่งานวิจัยในเซลล์กับสัตว์ทดลอง — เพราะความต่างระดับหลักฐานนี้คือสิ่งที่บทความขายสมุนไพรส่วนใหญ่ละเลย แล้วทำให้ผู้อ่านคาดหวังเกินงานวิจัยจริง
บัวหิมะ คืออะไร ต่างจากบัวสายบัวฝักอย่างไร
บัวหิมะ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Nelumbo nucifera Gaertn.; ชื่อ EN: Sacred lotus, Indian lotus; ชื่อเรียกอื่น: บัวสังคมาน, บัวเผือก, โสมขาว) เป็นพืชน้ำในวงศ์ Nelumbonaceae ใบใหญ่ยกตัวพ้นน้ำ ดอกชมพู-ขาว กลีบซ้อน กลิ่นหอม เหง้าใต้โคลนใช้ทำอาหารได้ เมล็ดและดีบัว (lian zi xin ในตำราจีน) ใช้ชง-ต้ม-ทำยา[41] ส่วน “บัวสาย” เป็นพืชต่างวงศ์ (Nymphaeaceae) แม้ลักษณะใกล้เคียง แต่องค์ประกอบเคมีและงานวิจัยที่อ้างถึงในบทความนี้คือของบัวหิมะเท่านั้น ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์จึงควรดูชื่อวิทยาศาสตร์บนฉลากก่อนเสมอ เพราะการอาศัยชื่อพ้องภาษาพูดพลาดกันได้ง่าย
จุดเด่นของบัวหิมะที่พืชอื่นไม่มีคือ “ใช้ได้ทุกส่วน” — บทความทบทวนวรรณกรรมสรุปว่าแต่ละส่วนมีสารสำคัญและฤทธิ์ต่างกัน[41],[43] ซึ่งสรุปได้ดังตาราง:
| ส่วนพืช | สารสำคัญเด่น | ฤทธิ์ที่มีงานวิจัยรองรับ | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|---|
| ใบ (ชาใบบัวหิมะ) | nuciferine, quercetin/Q3GA | ลดการสะสมไขมัน ต้านอักเสบ | สัตว์หลายทีม + งานในคน 1 งาน[6]-[9],[32] |
| ดอก/กลีบ | polyphenol, flavonoid | ต้านอักเสบ ยับยั้งไลเปส | เซลล์[1],[2],[10] |
| เกสร | สารกลุ่ม flavonoid | ความปลอดภัยยืนยันด้วยงานพิษ | ในหนู[39] |
| เหง้า/ราก | polyphenol | ช่วยการนอนผ่าน GABAA | สัตว์[28] |
| เมล็ด (เปลือกเมล็ด) | flavonoid | ลดน้ำตาลในเลือด | สัตว์+ห้องทดลอง[19] |
| จมูกเมล็ด | neferine, liensinine | ผ่อนคลาย ปกป้องระบบประสาท | สัตว์+รีวิว[26],[30] |
สารสำคัญทางเคมี: ทำไมบัวหิมะถึงมีฤทธิ์พิเศษ
นักวิจัยวิเคราะห์เคมีของบัวหิมะอย่างเป็นระบบมาแล้วหลายทศวรรษ[40],[42],[43] ตัวที่ถูกศึกษามากที่สุด:
- Nuciferine (นูซิเฟอรีน) — สารอัลคาลอยด์กลุ่ม aporphine จากใบ เป็น “พระเอก” ของงานลดไขมัน-ปรับเมตาบอลิก[13],[14],[31]
- Neferine และ liensinine — อัลคาลอยด์กลุ่ม bisbenzylisoquinoline จากจมูกเมล็ด เด่นเรื่องผ่อนคลายและปกป้องระบบประสาท[26],[30]
- Quercetin และ quercetin-3-O-β-glucuronide (Q3GA) — flavonoid จากใบ ที่งานระบุว่าเป็นตัวกระตุ้นการสลายไขมัน[9],[42]
- สารกลุ่ม polyphenol อื่นๆ — รวมสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัวที่แยกได้จากใบ[5]
จุดนี้สำคัญเพราะอธิบายว่าทำไมผลิตภัณฑ์ “ชาใบบัวหิมะ” กับ “แคปซูลจมูกเมล็ดบัว” ให้ผลต่างกัน — คนละส่วนพืช คนละสารเด่น และเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกผลิตภัณฑ์ควรดูว่าฉลากระบุส่วนพืชและมาตรฐานสารสกัดหรือไม่ (ดูหัวข้อวิธีเลือกผลิตภัณฑ์)
สรรพคุณของบัวหิมะ และงานวิจัยที่รองรับ
1. ต้านอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ — ยืนยันซ้ำหลายทีม
สารสกัดดอกบัวหิมะทดสอบกับแมคโครฟาจมนุษย์จริงพบฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกัน-ต้านอักเสบ[1] งานปี 2568 แยกเศษสารดอกบัวและวัดฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ-ต้านอักเสบได้อย่างชัดเจน[2] ฝั่งผลและใบก็มีงานรองรับ: สารสกัดผลลดอาการบวมในแบบจำลองสัตว์[3] และใบบัวหิมะข้ามหลายพันธุ์ลดสารอักเสบ NO, TNF-α และ IL-6 พร้อมเพิ่มความสามารถจับอนุมูลอิสระ[4],[5]
ข้อระวังการตีความ: กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในเซลล์และสัตว์ ยังไม่มี RCT ในคนที่ตรงเรื่อง “กินบัวหิมะแล้วลดการอักเสบเรื้อรัง” — นำเสนอเป็นงานวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น
2. ลดการสะสมไขมันและโรคอ้วน — กลุ่มหลักฐานแน่นที่สุด
นี่คือแนวหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดของบัวหิมะ และตรงกับคำค้น “บัวหิมะ ลดน้ำหนัก” มากที่สุด รวม 3 กลไก:
- ยับยั้งการดูดซึม: งานคลาสสิกทีมญี่ปุ่นปี 2549 ให้สารสกัดใบบัวหิมะแก่หนู-แรตที่อ้วนจากอาหารไขมันสูง พบลดน้ำหนักตัวและเนื้อไขมัน[6]
- กระตุ้นการสลายไขมัน (lipolysis): สารจากใบบัวหิมะกระตุ้นการสลายไขมันในเนื้อเยื่อไขมันขาวของหนู[8] และงานที่ระบุสารชัดเจนพบว่า quercetin กับ Q3GA เป็นตัวออกฤทธิ์ส่งเสริมการสลายไขมัน[9] งานอีกชุดพบสารสกัดเข้มข้นกลุ่ม flavonoid ลดขนาดเซลล์ไขมันในหนูอ้วน[7]
- ลดการสร้างไขมันใหม่: สารสกัดกลีบดอกยับยั้งไลเปส ยับยั้งการสร้างเซลล์ไขมัน และกระตุ้นตัวรับควบคุมความอยากอาหารในหลอดทดลอง[10] สูตรผสมที่มีบัวหิมะก็ลดการสะสมไขมันในเซลล์และหนูอ้วนในงานเกาหลี 2 ชุด[11],[12]
ข้อมูลในคน: มีงานในผู้ป่วยน้ำหนักเกินที่ได้สารสกัดใบบัวหิมะและรายงานแนวโน้มลดไขมัน[32] — เป็นงานเล็ก เรียกได้ว่า “งานขั้นต้นในคน” ยังไม่ถึงระดับที่อ้างได้ว่ารักษาโรคอ้วน
3. นูซิเฟอรีนกับการเผาผลาญ: ไขมันตับ จุลินทรีย์ลำไส้ และตับ
งานระดับโมเลกุลชี้ว่านูซิเฟอรีน (สารอัลคาลอยด์หลักในใบ) ลดน้ำหนักและปรับจุลินทรีย์ลำไส้ในหนูอ้วน[13] ลดไขมันตับผ่านเส้นทาง AMPK ที่ควบคุมเอนไซม์ FAS/HSL[14] และยับยั้งการอักเสบของแมคโครฟาจที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนเชิงอักเสบในงานวิเคราะห์ระดับยีนล่าสุด[15] ฝั่งตับ สารสกัดใบบัวหลวงช่วยลดการบาดเจ็บของตับจากอาหารไขมันสูง[16] สารกลุ่ม flavonoid จากใบลดความเสียหายตับจากสาร CCl4[17] และงานปี 2568 แสดงว่าใบบัวหิมะลดภาวะไขมันพอกตับ (NAFLD) ผ่านเส้นทาง AMPK/SIRT1 และ Nrf2/HO-1 ในหนู[18] — กลุ่มที่ตรงกับปัญหาสุขภาพเมตาบอลิกของคนไทยยุคปัจจุบัน แต่ทั้งหมดยังเป็นงานวิจัยในสัตว์ทดลอง
4. ควบคุมน้ำตาลและปกป้องไต (งานวิจัยในเซลล์+สัตว์)
- เปลือกเมล็ดบัวหิมะลดน้ำตาลในเลือดและยับยั้งเอนไซม์ย่อยแป้ง-น้ำตาลในงานวิจัยในสัตว์และหลอดทดลอง[19]
- อัลคาลอยด์กลุ่ม aporphine จากใบเพิ่มการใช้กลูโคสในเซลล์ไขมัน 3T3-L1[20]
- สารสกัดใบลดความเสื่อมของไตในหนูเบาหวาน[21] และสารสกัดจากฝัก/เมล็ดปกป้องไตจากยาซิสพลาตินในแบบจำลองเซลล์และสัตว์[22]
- สูตรผสมสายจีนที่มีบัวหิมะลดกรดยูริกและการอักเสบในสัตว์ทดลอง[23]
5. หัวใจ-หลอดเลือด-ความดัน
สารสกัดใบและนูซิเฟอรีนขยายหลอดเลือดแดงอกของหนูในหลอดทดลอง[24] งานปี 2568 แสดงว่าสารสกัดเมล็ดบัวหิมะขยายหลอดเลือดและลดความดันผ่านการเพิ่มไนตริกออกไซด์ (NO/eNOS) และการยับยั้งช่องแคลเซียม[25] — กลไกที่อธิบายเหตุผลเชิงเภสัชวิทยาได้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกในคนความดันสูงที่ใช้บัวหิมะเดี่ยว
6. ผ่อนคลายและการนอนหลับ — มีงานทดลองในคน
ในตำราจีน จมูกเมล็ดบัว (lian zi xin) ใช้เป็นยาผ่อนคลายมาแต่เดิม งานคลาสสิกยืนยันว่าสารสกัดจมูกเมล็ดและสาร neferine มีฤทธิ์กดการเคลื่อนไหว-ผ่อนคลายในสัตว์[26] งานใหม่ปี 2568 พบว่าสารอัลคาลอยด์รวมจากจมูกเมล็ดช่วยการนอนในหนูนอนไม่หลับแบบจำลอง[27] และสารสกัดน้ำจากเหง้า/รากช่วยการนอนผ่านตัวรับ GABAA — กลไกเดียวกับสมุนไพรผ่อนคลายหลายชนิด[28]
จุดที่สำคัญที่สุด: มี RCT ในคน — ผู้ใหญ่ที่นอนไม่หลับระดับไม่รุนแรงที่ได้สูตรผสมสารสกัดโรดิโอล่า+บัวหิมะ มีคุณภาพการนอนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่มีผลข้างเคียงสำคัญ[29] ควรจำข้อจำกัดให้ชัดว่าเป็น “สูตรผสม” ไม่ใช่บัวหิมะเดี่ยว และกลุ่มตัวอย่างไม่ใหญ่
บทความทบทวนวรรณกรรมปี 2568 รวบรวมกลไกปกป้องระบบประสาทของอัลคาลอยด์บัวหิมะทั้งหมด (neferine, liensinine, nuciferine) และรีวิวเฉพาะนูซิเฟอรีนสรุปว่าเป็นสารออกฤทธิ์หลายระบบที่ถูกศึกษากว้าง[30],[31]
7. ความปลอดภัยและปฏิกิริยาระหว่างยา — ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ
- งานพิษวิทยา: สารสกัดเกสรดอกบัวหิมะผ่านการทดสอบพิษเฉียบพลันและพิษระยะยาว 90 วันในหนูโดยไม่พบพิษสำคัญที่ขนาดทดสอบ[39]
- ปฏิกิริยาระหว่างยา (หัวใจ): งานวิจัยพบว่าสารจากใบบัวหิมะยับยั้งเอนไซม์ CYP2D6 อย่างแรง[34] — เอนไซม์ที่เผาผลาญยาหลายกลุ่ม (ยาแก้ซึมเศร้ากลุ่ม SSRI, ยาโคดีน, เบต้าบล็อกเกอร์บางชนิด) การเผาผลาญนูซิเฟอรีนเองก็ผ่านเอนไซม์ P450 เดียวกันนี้ในไมโครโซมตับมนุษย์[35] ผู้ที่รับประทานยาประจำจึงควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้น
- เภสัชจลนศาสตร์: นูซิเฟอรีนดูดซึมทางปากได้แต่ชีวปริมาณออกฤทธิ์ไม่สูง กระจายไปเกาะเนื้อเยื่อหลายระบบ รวมถึงผ่านข้ามเข้าสมองได้ในหนู[36],[37] งานวิเคราะห์สารอัลคาลอยด์ 5 ชนิดในเลือดหลังกินสารสกัดใบยืนยันว่าสารสำคัญเข้ากระแสเลือดจริง[38]
- งานในคนอีกชุด: งานในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้สารโปรโตพีนร่วมกับนูซิเฟอรีนรายงานว่าช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างการรักษา[33] — ต้องเข้าใจว่าใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ในบริบทการรักษาเฉพาะ ไม่ใช่คำแนะนำใช้เอง
ภาพรวม: การกินเป็นอาหาร (เหง้า เมล็ด ชาใบตามประเพณี) ปลอดภัยตามการใช้ที่เป็นมา ส่วนสารสกัดเข้มข้นในผู้ที่รับประทานยาประจำหรือมีโรคประจำตัวควรอยู่ภายใต้คำแนะนำแพทย์
บัวหิมะกับการลดน้ำหนัก — ข้อเท็จจริงจากงานวิจัย
เพราะคำค้นนี้ดังที่สุด จึงแยกสรุปให้ชัด:
| กลไก | หลักฐาน | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|
| ยับยั้งการดูดซึมแป้ง/ไขมัน | งานคลาสสิกญี่ปุ่น[6] | สัตว์ |
| กระตุ้นการสลายไขมัน | quercetin/Q3GA ตัวชี้เป้า[8],[9] | สัตว์+เซลล์ |
| ปรับจุลินทรีย์ลำไส้ | นูซิเฟอรีน[13] | สัตว์ |
| งานในคน | ผู้ป่วยน้ำหนักเกิน[32] | มนุษย์ (งานเล็ก) |
สรุปตรงๆ: งานวิจัยรองรับ “ฤทธิ์เชิงกลไกและในสัตว์” ดี มีงานในคนเบื้องต้น แต่ยังไม่มี RCT ใหญ่ในมนุษย์ที่ใช้บัวหิมะเดี่ยวเพื่อลดน้ำหนัก — อย่าตกหลุมพรางโฆษณาที่อ้าง “ลดพุงได้ใน X วัน” ซึ่งเกินหลักฐานและขัดข้อบังคับโฆษณาอาหารเสริมของ อย.
วิธีกินบัวหิมะ — 3 รูปแบบจริง
- เป็นอาหาร: รากบัว (เหง้าบัวหลวง นำมาทำแกงจืด ผัด หรือต้ม) และเมล็ดบัว — วิธีที่ปลอดภัยที่สุดเพราะเป็นปริมาณอาหารตามประเพณี
- ชาใบบัวหิมะ: ใบแห้งชงน้ำร้อน ดื่มได้ทุกวันแบบชาสมุนไพร รสฝาดอ่อนๆ — ตรงกับงานวิจัยที่ใช้สารสกัดน้ำจากใบ[9]
- แคปซูลสารสกัดมาตรฐาน: งานในคนที่มีอยู่ใช้สารสกัดใบในรูปแบบผลิตภัณฑ์[32],[33] — ขนาดเฉพาะต้องตามฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำแพทย์/เภสัชกร เพราะไม่มีขนาดมาตรฐานสากลที่ยืนยันแล้วในคน
การเก็บรักษา: ใบแห้งเก็บในภาชนะปิดสนิทพ้นแสง สารสกัดตามฉลาก เหง้าสดเก็บตู้เย็นได้ 1–2 สัปดาห์
ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และผู้ที่ไม่ควรกิน
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ: สารจากใบบัวหิมะยับยั้ง CYP2D6[34] — กินยาแก้ซึมเศร้า ยากดประสาท ยาโคดีน หรือเบต้าบล็อกเกอร์ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้นเสมอ
- สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร: ไม่มีงานยืนยันความปลอดภัยเฉพาะ — หลีกเลี่ยงสารสกัดเข้มข้น ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ป่วยเบาหวาน/ไต/ตับ: งานรองรับเป็นสัตว์ทดลองล้วน[18],[21],[22] ห้ามหยุดยาหลักแล้วใช้บัวหิมะแทน
- นูซิเฟอรีนผ่านเข้าสมองได้[37] — แม้เป็นฐานของฤทธิ์ผ่อนคลาย แต่หมายความว่าการใช้ปริมาณสูงโดยไม่ควบคุมไม่ควรทำ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมยากดประสาท
- แหล่งซื้อที่ไม่ตรวจสอบ: ดู 4 จุดด้านล่างก่อนซื้อเสมอ
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์บัวหิมะให้ได้คุณภาพ
4 จุดยึดหลักกฎหมายอาหารเสริมไทยและงานวิจัย:
- เลข อย. ตรวจได้ที่เว็บไซต์ อย. — ยืนยันความปลอดภัยพื้นฐานของสูตร
- มาตรฐานการผลิต GMP/HACCP — พื้นฐานของโรงงานที่จริงจัง
- ส่วนพืชที่ระบุชัด + มาตรฐานสารสกัด — ใบ ดอก จมูกเมล็ด ให้สารเด่นต่างกัน[41],[43] ผลิตภัณฑ์ดีควรระบุส่วนพืชและปริมาณสารสำคัญต่อเสิร์ฟ
- แหล่งปลูก/แหล่งผลิตที่ระบุชัด — บัวหิมะดูดซับสิ่งแวดล้อมจากน้ำที่ปลูก แหล่งปลูกที่ควบคุมคุณภาพน้ำจึงสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม 1: บัวหิมะกับบัวสายบัวฝักใช้แทนกันได้หรือไม่?
ไม่ควร บัวหิมะ (Nelumbo nucifera) คนละวงศ์กับบัวสาย/บัวฝัก (Nymphaeaceae) งานวิจัยที่บทความนี้รวบรวมคือของบัวหิมะ — เวลาซื้อให้ดูชื่อวิทยาศาสตร์บนฉลาก
ถาม 2: บัวหิมะช่วยลดน้ำหนักจริงหรือไม่?
มีงานวิจัยในสัตว์จำนวนมากรองรับ 3 กลไก (ยับยั้งดูดซึม กระตุ้นสลายไขมัน ปรับจุลินทรีย์ลำไส้)[6]-[13] และงานในคนเบื้องต้น 1 งาน[32] — แต่ยังไม่มี RCT ใหญ่ในมนุษย์ ใช้เป็นข้อมูลระดับงานขั้นต้น ควบคู่การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
ถาม 3: ชาใบบัวหิมะกินทุกวันได้หรือไม่ กินเท่าไรพอ?
เป็นชาสมุนไพรปกติกินได้ทุกวันในปริมาณการดื่มทั่วไป แต่งานวิจัยยังไม่กำหนดขนาดมาตรฐานในคน ผู้ที่รับประทานยาประจำควรปรึกษาเภสัชกรก่อน (เรื่อง CYP2D6[34])
ถาม 4: บัวหิมะช่วยให้นอนหลับจริงหรือไม่?
งานวิจัยในสัตว์รองรับหลายชิ้น (จมูกเมล็ด[26],[27] เหง้าผ่าน GABAA[28]) และมี RCT ในคนที่ใช้สูตรผสมโรดิโอล่า+บัวหิมะซึ่งคุณภาพการนอนดีขึ้น[29] — ต้องจำว่าเป็นสูตรผสม ไม่ใช่บัวหิมะเดี่ยว
ถาม 5: เมล็ดบัวกับจมูกเมล็ดบัวต่างกันอย่างไร?
เมล็ดบัวเป็นอาหารทั่วไป ส่วนจมูกเมล็ด (lian zi xin) คือต้นอ่อนสีเขียวตรงกลางที่มีอัลคาลอยด์ neferine/liensinine เข้มข้น — ฤทธิ์ผ่อนคลายมาจากจมูกเมล็ดเป็นหลัก[26],[30] รสจมูกเมล็ดขมกว่ามาก
ถาม 6: บัวหิมะลดกรดยูริกได้จริงหรือไม่?
มีงานวิจัยในสัตว์ที่พบผลลดกรดยูริกของสูตรผสมที่มีบัวหิมะ[23] — ยังไม่มีงานในคนที่ใช้บัวหิมะเดี่ยว คนกรดยูริกสูงควรรักษาตามแพทย์และใช้บัวหิมะเป็นเรื่องอาหารเสริมรอง
ถาม 7: ผู้หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตรกินได้หรือไม่?
การกินเป็นอาหารทั่วไปตามประเพณีปลอดภัยตามการใช้ที่เป็นมา แต่สารสกัดเข้มข้นไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มนี้ — ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ถาม 8: กินบัวหิมะพร้อมยาที่แพทย์สั่งได้หรือไม่?
ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสารจากใบยับยั้งเอนไซม์ CYP2D6 ที่เผาผลาญยาหลายกลุ่ม[34],[35] และนูซิเฟอรีนผ่านเข้าสมอง[37] — ผู้ที่รับประทานยาประจำควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเสมอ
สรุป
บัวหิมะคือสมุนไพรที่งานวิจัยรองรับกว้างกว่าที่หลายคนคิด — กลุ่มหลักฐานแน่นที่สุดคือ ลดการสะสมไขมัน/ปรับการเผาผลาญ (งานวิจัยในสัตว์จำนวนมาก + งานในคนเบื้องต้น) และ ต้านอักเสบ-ต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมุม ผ่อนคลาย-การนอน ที่มี RCT ในคนจากสูตรผสม[29] การกินเป็นอาหารปลอดภัยตามประเพณี ส่วนสารสกัดเข้มข้นต้องดูเลข อย. ส่วนพืช-มาตรฐานสารสกัด และระวังเรื่องปฏิกิริยาระหว่างยาผ่าน CYP2D6 เป็นพิเศษ[34]
บทความนี้เรียบเรียงจากงานวิจัยเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ได้ให้บริการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ผู้อ่านที่ต้องการใช้เป็นอาหารเสริมหรือยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- 1 Phytochemicals and Immunomodulatory Effect of Nelumbo nucifera Flower Extracts on Human Macrophages — Sranujit RP et al. / 2021 (Plants (Basel) 10(10):2007) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 2 Chemical Composition and Bioactivity of Nelumbo nucifera Gaertn. Flower Extract Fractions: In Vitro Antioxidant and Anti-Inflammatory Properties — Choo JH et al. / 2025 (Current Issues in Molecular Biology 47(12)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 3 Evaluation of Antiinflammatory Activity of Ethanol Extract of Nelumbo nucifera Fruit — Rajput MA et al. / 2021 (Turkish Journal of Pharmaceutical Sciences) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 4 Antioxidant and Inflammatory Effects of Nelumbo nucifera Gaertn. Leaves — Li C et al. / 2021 (Oxidative Medicine and Cellular Longevity 2021:8375961) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 5 Antioxidative effect and active components from leaves of Lotus (Nelumbo nucifera) — Lin HY et al. / 2009 (Journal of Agricultural and Food Chemistry 57(15)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 6 Anti-obesity effect of Nelumbo nucifera leaves extract in mice and rats — Ono Y et al. / 2006 (Journal of Ethnopharmacology 106(2):238-244) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 7 Improvement in high-fat diet-induced obesity and body fat accumulation by a Nelumbo nucifera leaf flavonoid-rich extract in mice — Wu CH et al. / 2010 (Journal of Agricultural and Food Chemistry 58(11):7075-7081) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 8 Constituents from the leaves of Nelumbo nucifera stimulate lipolysis in the white adipose tissue of mice — Ohkoshi E et al. / 2007 (Planta Medica 73(12):1255-1259) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 9 Effects of Nelumbo nucifera Leaf Extract on Obesity — Liu E et al. / 2021 (Plant Foods for Human Nutrition 76) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 10 Effect of Nelumbo nucifera Petal Extracts on Lipase — Adipogenesis (Adipolysis) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 11 Anti-Obesity Effect of Extract from Nelumbo Nucifera L. — Morus Alba L. (and Raphanus Sativus Mixture in 3T3-L1 Adipocytes and C57BL/6J Obese Mice) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 12 Anti-Obesity Effects of a Prunus persica and Nelumbo nucifera Mixture in Mice Fed a High-Fat Diet — Song J et al. / 2020 (Nutrients 12(11):3392) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 13 Nuciferine modulates the gut microbiota and prevents obesity in high-fat diet-fed rats — Wang Y et al. / 2020 (Experimental & Molecular Medicine 52) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 14 Distinct AMPK-Mediated FAS/HSL Pathway Is Implicated in the Alleviating Effect of Nuciferine on Obesity and Hepatic Steatosis in HFD-Fed Mice — Xu H et al. / 2022 (Nutrients 14(9):1898) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 15 Nuciferine Prevents Obesity by Inhibiting Macrophage Inflammation Involving LGALS3 — CTSB (and RBP4 Genes) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 16 Improvement for high fat diet-induced hepatic injuries and oxidative stress by flavonoid-enriched extract from Nelumbo nucifera leaf — Lin MC et al. / 2009 (Journal of Agricultural and Food Chemistry 57(15)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 17 Improvement Effect of Lotus Leaf Flavonoids on Carbon Tetrachloride-Induced Liver Injury in Mice — Liu T et al. / 2020 (Biomedicines 8(2):41) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 18 Hepatoprotective effect of lotus leaf against non-alcoholic fatty liver disease in rats via alteration of AMPK/SIRT1 and Nrf2/HO-1 signaling pathway — Shen Q et al. / 2025 (Acta Cirurgica Brasileira) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 19 Hypoglycemic activity in vivo and in vitro of the Lotus (Nelumbo nucifera Gaertn.) seed skin (testa) extract — Xu H et al. / 2024 (Food Chemistry: X) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 20 Purification and characterization of aporphine alkaloids from leaves of Nelumbo nucifera Gaertn and their effects on glucose consumption in 3T3-L1 adipocytes — Ma C et al. / 2014 (International Journal of Molecular Sciences 15(3):3481-3495) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 21 Nelumbo nucifera leaves extract attenuate the pathological progression of diabetic nephropathy in high-fat diet-fed and streptozotocin-induced diabetic rats — Chen HW et al. / 2019 (Journal of Food and Drug Analysis 27(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 22 In Vitro and In Vivo Nephroprotective Effects of Nelumbo nucifera Seedpod Extract against Cisplatin-Induced Renal Injury — Chen JY et al. / 2022 (Plants (Basel) 12(23):3357) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 23 Dual Effects of a Combination of Scutellaria baicalensis and Nelumbo nucifera on Inflammation and Hyperuricemia — Park JU et al. / 2025 (Preventive Nutrition and Food Science 30(4):340) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 24 Study on the vasodilatory activity of lotus leaf extract and its representative substance nuciferine on thoracic aorta in rats — Deng H et al. / 2022 (Frontiers in Pharmacology) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 25 Vasorelaxant and Hypotensive Mechanisms of Nelumbo nucifera Seed Extract: Roles of Nitric Oxide — Calcium Channel Blockade and eNOS Interaction with Active Compounds (ทีมวิจัย / 2025) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 26 Effects of extracts and neferine from the embryo of Nelumbo nucifera seeds on the central nervous system — Sugimoto Y et al. / 2008 (Phytomedicine 15(12):1117-1124) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 27 Total Alkaloid Extract of Nelumbinis Plumula Promoted Sleep in PCPA-Induced Insomnia Rats by Affecting Neurotransmitters and Their Receptor Activities — Wei W et al. / 2025 (International Journal of Molecular Sciences 26(8):3684) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 28 Sleep-promoting activity of lotus (Nelumbo nucifera) rhizome water extract via GABA(A) receptors — Ahn Y et al. / 2022 (Pharmaceutical Biology 60(1)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 29 Mixture of Rhodiola rosea and Nelumbo nucifera Extracts Ameliorates Sleep Quality of Adults with Sleep Disturbance — Kim Y et al. / 2024 (Nutrients 16(12):1867) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 30 Neuroprotective Potential of Major Alkaloids from Nelumbo nucifera (Lotus): Mechanisms and Therapeutic Implications — Zhao D et al. / 2025 (International Journal of Molecular Sciences 26(17):8280) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 31 Insights into nuciferine: A natural multifunctional bioactive alkaloid (Review) — Liu Y et al. / 2025 (Molecular Medicine Reports) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 32 Fat reducing effects of Nelumbo nucifera leaf extract in overweight patients — Ye L et al. / 2022 (Natural Product Research 36(12)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 33 The role of Protopine associated with Nuciferine in controlling adverse events during hyperthermic intravesical chemotherapy instillations — Chiancone F et al. / 2020 (Archives of Italian Urology and Andrology 52(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 34 Identification and characterization of potent CYP2D6 inhibitors in lotus leaves — Ye LH et al. / 2014 (Journal of Ethnopharmacology 153(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 35 Characterization of nuciferine metabolism by P450 enzymes and uridine diphosphate glucuronosyltransferases in liver microsomes from humans and animals — Lu YL et al. / 2010 (Acta Pharmacologica Sinica 31(12)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 36 Pharmacokinetics — tissue distribution (bioavailability) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 37 Pharmacokinetics of Nuciferine and N-Nornuciferine — Two Major Alkaloids From Nelumbo nucifera Leaves (in Rat Plasma and the Brain) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 38 Simultaneous Determination of Five Alkaloids by HPLC-MS/MS Combined With Micro-SPE in Rat Plasma and Its Application to Pharmacokinetics After Oral Administration of Lotus Leaf Extract — Zou S et al. / 2019 (Frontiers in Pharmacology 10:1252) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 39 Acute and subchronic oral toxicity studies of Nelumbo nucifera stamens extract in rats — Kunanusorn P et al. / 2011 (Journal of Ethnopharmacology 134(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 40 Research advances in traditional and modern use of Nelumbo nucifera: phytochemicals — health promoting activities and beyond (Chen G et al. / 2019) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 41 Phytochemical Profile and Biological Activity of Nelumbo nucifera — Paudel KR, Panth N / 2015 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine 2015:789124) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 42 Flavonoids from Nelumbo nucifera Gaertn. — a Medicinal Plant: Uses in Traditional Medicine (Phytochemistry and Pharmacological Activities) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 43 A Comprehensive Review on Chemical Profiling of Nelumbo Nucifera: Potential for Drug Development — Sharma BR et al. / 2017 (Phytotherapy Research 31(1)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 45 Flavonoids from Nelumbo nucifera Gaertn., a Medicinal Plant: Uses in Traditional Medicine, Phytochemistry… — (2019) (PMC6313397) อ่านงานวิจัยเต็ม