หญ้าหนวดแมว (Orthosiphon aristatus / Cat’s whiskers — ชื่อไทยเดิมในตำราคือ “กุมภัณฑ์”) เป็นสมุนไพรใบชายอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คนไทยคุ้นเคยในรูปชาสมุนไพรและแคปซูลสารสกัด งานวิจัยสมัยใหม่รองรับสรรพคุณเด่น 3 กลุ่ม คือ ช่วยขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ (มีการทดลองแบบสุ่มในคน 2 งานของไทย) ฤทธิ์ขับปัสสาวะ-ลดกรดยูริก และปรับการเผาผลาญ[1],[5],[6]
บทความนี้รวบรวมงานวิจัย 42 งานจากฐานข้อมูล PubMed/PMC และวารสารระดับนานาชาติ มาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้อ่านง่าย พร้อมอ้างอิงทุกประโยคสำคัญ และแยกให้ชัดว่าข้อไหนมีหลักฐานจากการทดลองในคน ข้อไหนยังมีแค่งานวิจัยในเซลล์กับสัตว์ทดลอง — เพราะการเข้าใจ “ระดับของหลักฐาน” คือสิ่งที่บทความสมุนไพรส่วนใหญ่ข้ามไป แล้วทำให้ผู้อ่านคาดหวังเกินงานวิจัยจริง
หญ้าหนวดแมว คืออะไร — กุมภัณฑ์ในตำราไทย กับ Orthosiphon ในงานวิจัย
หญ้าหนวดแมว (ชื่อวิทยาศาสตร์ Orthosiphon aristatus (Blume) Miq. — ชื่อเดิมในงานวิจัยจำนวนมากว่า Orthosiphon stamineus Benth. และชื่อพ้องในตำราจีนคือ Clerodendranthus spicatus; ชื่อ EN: Cat’s whiskers, Java tea, Misai Kucing; ชื่อไทยอื่น: กุมภัณฑ์, หนวดกุดั่น) เป็นไม้ล้มลุกตระกูลมิ้นท์ (Lamiaceae) ดอกสีขาว-ม่วงอ่อนมีเกสรยาวยื่นออกมาคล้ายหนวดแมวจึงเป็นที่มาของชื่อ ใบใช้ทำชาและยา — งานเทียบข้ามส่วนพืชยืนยันว่า “ใบ” คือส่วนที่มีฤทธิ์เด่นที่สุด[27]
เรื่องชื่อวิทยาศาสตร์ที่ผู้ซื้อต้องรู้: Orthosiphon aristatus, Orthosiphon stamineus และ Clerodendranthus spicatus หมายถึงพืชชนิดเดียวกัน (เปลี่ยนชื่อตามการจัดอนุกรมวิธานรอบใหม่) — บทความทบทวนวรรณกรรมครบวงจรปี 2568 ใช้ชื่อ Clerodendranthus spicatus และยืนยันเรื่องนี้[24] เวลาดูฉลากผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน 3 ชื่อ ให้เข้าใจว่าเป็นสมุนไพรตัวเดียวกัน
สารสำคัญเด่น: rosmarinic acid (สารกลุ่ม phenolic หัวใจของฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ), sinensetin, eupatorin และ 3′-hydroxy-5,6,7,4′-tetramethoxyflavone (flavone กลุ่มเด่นของหนวดแมว) — งานเคมีมาตรฐานวิเคราะห์สารเหล่านี้ได้ในตัวชัด[28],[41],[42] และบทความทบทวนวรรณกรรมสรุปว่าองค์ประกอบเหล่านี้คือแกนของฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาทั้งหมด[22],[24],[39]
สรรพคุณของหญ้าหนวดแมว และงานวิจัยที่รองรับ
1. นิ่วในทางเดินปัสสาวะ — หลักฐานในคน (RCT 2 งาน)
นี่คือแนวหลักฐานที่หนักแน่นและตรงการใช้จริงที่สุดของหญ้าหนวดแมว:
- RCT เทียบยาหลอก: ทีมไทยทดลองในผู้ป่วยนิ่วในทางเดินปัสสาวะที่มีอาการร่วมหลายเรื่อง แบบสุ่มควบคุมเทียบยาหลอก พบแนวโน้มช่วยขับนิ่วและลดอาการได้ดีกว่ากลุ่มยาหลอก[1]
- RCT ร่วมกับการรักษามาตรฐาน: งานไทยอีกชุดให้หญ้าหนวดแมวร่วมกับยากลุ่ม alpha-blocker ในผู้ป่วยที่ทำละลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) เพื่อประเมินอัตราการขับนิ่วออก[2]
- กลไกป้องกันการเกิดนิ่ว: การให้สารสกัดก่อนกระตุ้นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในหนู ลดการเกิดผลึกและความเสียหายของเนื้อไต[3]
- ฤทธิ์ละลายผลึก: สารสกัดน้ำมาตรฐานละลายผลึกแคลเซียมออกซาเลตได้ในหลอดทดลอง[4] และมีงานเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านนิ่วกับสมุนไพรอื่น[38]
ข้อระวังการตีความ: RCT ทั้งสองเป็นงานขนาดไม่ใหญ่ และ “ช่วยขับนิ่วขนาดเล็ก” ไม่เท่ากับ “รักษานิ่วทุกขนาด” — ผู้ที่มีอาการปวดท้องร้าวแรง ไข้ หรือเลือดในปัสสาวะ ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่กินชาแก้เอง
2. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ (diuretic)
สารสกัดหญ้าหนวดแมวเพิ่มปริมาณปัสสาวะและการขับเกลือแร่ในสัตว์ทดลองหลายชุด[5] งานคลาสสิกปี 2535 เปรียบเทียบสมุนไพรขับปัสสาวะ 4 ชนิดของเวียดนาม (ข้าวโพดอ่อน, หญ้าคา, ผักกาดน้ำ (หญ้าเอ็นยืด), หญ้าหนวดแมว) และพบฤทธิ์ที่น่าสนใจ รวมถึงฤทธิ์เสริมกันเมื่อผสม[7] — ฤทธิ์นี้คือเหตุผลที่คนเรียกหนวดแมวว่า “สมุนไพรขับปัสสาวะ” และเป็นฐานของการใช้เรื่องนิ่วและกรดยูริก
3. ลดกรดยูริก — จากงานคลาสสิกถึงงานไมโครไบโอม
- งานปี 2551 แสดงฤทธิ์ขับปัสสาวะและลดกรดยูริกในหนูพร้อมกันในงานเดียว[6]
- งานใหม่ปี 2567 พบว่าหญ้าหนวดแมวรักษาสมดุลกรดยูริกผ่านการปรับจุลินทรีย์ลำไส้และลดการอักเสบของไตในแบบจำลองไตอักเสบจากกรดยูริกสูง[8]
- งานเมตาโบโลมิกส์ยืนยันฤทธิ์ลดกรดยูริกผ่านการปรับการเผาผลาญพิวรีน[9]
- งานระดับเซลล์แสดงว่าสารสกัดหยุดการเปลี่ยนสภาพเซลล์ท่อไต (EMT) ที่นำไปสู่ไตเสื่อมเรื้อรัง ผ่านเส้นทาง NF-κB/Snail[10]
กลุ่มนี้ตอบคำค้น “หญ้าหนวดแมว กรดยูริก” ที่เป็นคำถามที่พบบ่อยของคนไทย — แต่ทั้งหมดยังเป็นงานวิจัยในสัตว์/เซลล์ ไม่มี RCT ในคนกรดยูริกสูง
4. ความดันโลหิตและหลอดเลือด — มีงานในคน (สูตรผสม)
- RCT ในคน: ผู้ป่วยความดันสูงพร้อมไขมันในเลือดสูงที่ได้สูตรอาหารเสริมที่มีหญ้าหนวดแมว มีความดันและพารามิเตอร์กลุ่มอาการเมตาบอลิกดีขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม[11] — จุดสำคัญคือเป็น “สูตรผสม” ไม่ใช่หนวดแมวเดี่ยว
- กลไก: สารสกัดช่วยคลายหลอดเลือดแดงของหนูความดันสูงพันธุกรรม (SHR) ในหลอดทดลอง[12] ผ่านเส้นทาง NO/cGMP และช่องโพแทสเซียม-แคลเซียม[13] และงานปี 2568 ยืนยันว่า flavone 3 ตัวของหนวดแมว (eupatorin, sinensetin, 3′-hydroxy-5,6,7,4′-tetramethoxyflavone) ทำงานร่วมกันขยายหลอดเลือดและลดความดันในสัตว์[14]
5. น้ำตาลในเลือด/เบาหวาน — การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ + งานวิจัยในสัตว์และห้องทดลอง
- รีวิวระบบปี 2565 รวบรวมงานเบาหวานของหญ้าหนวดแมวทั้งหมด สรุปว่างานวิจัยในสัตว์+เซลล์สนับสนุนฤทธิ์ลดน้ำตาลหลายกลไก แต่งานในคนยังจำกัด[15] — รีวิวนี้คือไม้บรรทัดที่ทำให้บทความนี้ไม่อวดอ้างเกินจริง
- สารสกัดมาตรฐาน 50% เอทานอลและสาร sinensetin ยับยั้งเอนไซม์ย่อยแป้ง α-glucosidase/α-amylase อย่างแรง[16] และยืนยันผลในหนูปกติและหนูเบาหวาน[17]
- งานเมตาโบโลมิกส์ปัสสาวะแสดงการปรับการเผาผลาญที่เสียหายจากเบาหวานในหนู[18]
- งานเทียบสารสกัดน้ำกับเอทานอลพบว่าทั้งสองมีฤทธิ์ลดน้ำตาล — ข่าวดีสำหรับคนที่กินในรูป “ชา” (สารสกัดน้ำ)[19]
- ระดับเซลล์: สารสกัดกระตุ้นการสร้างอินซูลินและป้องกันพิษกลูโคสในเซลล์เบต้าตับอ่อน INS-1[20]
6. ไขมัน น้ำหนัก และตับ (งานวิจัยในสัตว์)
หนูอ้วนจากอาหารไขมันสูงที่ได้หญ้าหนวดแมวมีน้ำหนักตัวและไขมันในเลือดลดลง[21] และสารสกัดลดการกลายเป็นใยของตับในหนูที่ถูกกระตุ้นด้วยสารพิษ[25] — กลุ่มที่ขยายความน่าใช้ของหนวดแมวไปเกิน “ยาขับปัสสาวะ” แต่ต้องจำว่าเป็นงานวิจัยในสัตว์ทั้งหมด
7. ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อ และงานห้องทดลองอื่นๆ
สารสกัดหนวดแมวจับอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย และปรับภูมิคุ้มกันในหลอดทดลอง[26] รีวิวระบบฝั่งระบบประสาทสรุปว่ามีงานวิจัยในสัตว์ชี้ฤทธิ์ปกป้องสมองจากการต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังไม่มีงานในคน[23] งานเทียบข้ามส่วนพืชยืนยันว่าใบมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องลำไส้เด่นที่สุด[27] สาร eupatorin และ sinensetin แสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลอง[30],[31],[32] — ต้องเขียนชัดว่าเป็นงาน in vitro ที่ยังไม่มีงานในคน ไม่ควรตีความว่า “กินแล้วกันมะเร็ง”
8. ความปลอดภัย — ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ
- งานพิษวิทยาในหนู (เฉียบพลัน + ระยะยาว) ไม่พบพิษสำคัญที่ขนาดทดสอบ[33],[34]
- งานพิษครบชุดของสูตรนาโนไลโพโซม (รวมการก่อกลายพันธุ์) ไม่พบพิษ[35]
- สารสกัดใบที่ใช้ตัวทำละลายชนิดต่างๆ ผ่านการทดสอบพิษเฉียบพลัน[36] และสารสกัดน้ำ (ตรงวิธีชงชา) ไม่ก่อกลายพันธุ์[37]
- งานเภสัชจลน์ยืนยันว่าสารสำคัญ 9 ตัวดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้จริงหลังกินสารสกัด[29]
ภาพรวม: การกินเป็นชา/อาหารตามประเพณีปลอดภัยตามการใช้ที่เป็นมา งานพิษวิทยาในสัตว์รองรับระดับขนาดที่ทดสอบ ส่วนการใช้สารสกัดเข้มข้นระยะยาวในคนยังมีข้อมูลจำกัด
ตารางสรุป: สรรพคุณ → สารสำคัญ → ระดับหลักฐาน
| สรรพคุณ | หลักฐานที่พบ | สารสำคัญที่เกี่ยว | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|---|
| ช่วยขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ | RCT 2 งาน + กลไกละลายผลึก | สารสกัดใบ/น้ำ | RCT ในคน (งานเล็ก) |
| ขับปัสสาวะ | เพิ่มปริมาณปัสสาวะ+เกลือ | สารสกัดหลายตัว | สัตว์ |
| ลดกรดยูริก | ผ่านเผาผลาญพิวรีน+ไมโครไบโอมา | สารสกัด | สัตว์+เซลล์ |
| ความดันโลหิต | RCT สูตรผสม + คลายหลอดเลือด | sinensetin, eupatorin | RCT (สูตรผสม) + สัตว์ |
| ลดน้ำตาลในเลือด | ยับยั้งเอนไซม์+กระตุ้นอินซูลิน | sinensetin, สารสกัดมาตรฐาน | ห้องทดลอง+สัตว์ |
| ไขมัน-น้ำหนัก | ลดน้ำหนัก-ไขมันเลือดหนูอ้วน | สารสกัด | สัตว์ |
| ปกป้องตับ | ลดการกลายเป็นใยตับ | สารสกัด | สัตว์ |
| ความปลอดภัย | พิษเฉียบพลัน/subchronic/genotoxicity ผ่าน | — | ในหนู |
ใครควรศึกษาข้อมูลเรื่องหญ้าหนวดแมว
บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำหรับผู้อ่านต่อไปนี้: คนที่มีนิ่วขนาดเล็กอยู่ระหว่างรอการขับ (RCT[1],[2]) คนกรดยูริกสูงที่สนใจสมุนไพรเสริม[6],[8] คนความดันสูงพร้อมไขมันสูง[11] และคนที่ต้องการชาสมุนไพรแทนน้ำอัดลม — ทั้งหมดโยงต่อไปยังหน้า “อาการ” หมวด “โรค-ภาวะ” และหมวด “สารสกัดจากพืช” ของเว็บ
วิธีกินหญ้าหนวดแมว — 3 รูปแบบจริง
- ชาใบ (ต้ม/ชง): ใบแห้ง 1–2 ช้อนชาต้ม/ชงน้ำร้อน — วิธีที่ตรงกับงานวิจัยสารสกัดน้ำมากที่สุด[4],[19],[37]
- แคปซูลสารสกัดมาตรฐาน: งานวิจัยที่มีหลักฐานหนักแน่นใช้สารสกัดมาตรฐาน 50% เอทานอล[16],[17] — ขนาดเฉพาะให้ตามฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำแพทย์/เภสัชกร เพราะไม่มีขนาดมาตรฐานสากลที่ยืนยันแล้วในคน
- เป็นสมุนไพรสดในตำราแผนไทย: ใบสดตำพอก/คั้นน้ำตามตำรากุมภัณฑ์ — ใช้ภายใต้คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญแผนไทย
การเก็บรักษา: ใบแห้งเก็บในภาชนะปิดสนิทพ้นแสง — งานเคมีพบปริมาณ rosmarinic acid เปลี่ยนตามการเก็บรักษา คุณภาพจึงเสื่อมได้ถ้าเก็บผิดวิธี[42]
ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และผู้ที่ไม่ควรกิน
- ฤทธิ์ขับปัสสาวะซ้ำซ้อนกับยา: ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ (เช่น กลุ่ม thiazide, furosemide) หรือยาความดันอยู่แล้ว การกินหนวดแมวเพิ่มอาจทำให้ปัสสาวะมากเกิน เสียเกลือแร่ หรือความดันต่ำลง — ปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนเสมอ
- สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร: ไม่มีงานยืนยันความปลอดภัยเฉพาะของสารสกัดเข้มข้น — ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ป่วยโรคไต/หัวใจ: ปริมาณของเหลวและโพแทสเซียมต้องอยู่ใต้คำแนะนำแพทย์ ห้ามใช้แทนการรักษาโรคไต
- นิ่วขนาดใหญ่/มีภาวะแทรกซ้อน: อาการปวดท้องร้าวแรง ไข้ เลือดในปัสสาวะ = พบแพทย์ทันที ไม่ใช่พึ่งชาสมุนไพร
- งานในคนระยะยาวยังจำกัด: งานพิษที่ผ่านมาเป็นงานในหนู[33]-[37] — การใช้ต่อเนื่องนานควรมีการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ
วิธีเลือกหญ้าหนวดแมวและผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพ
4 จุดยึดหลักกฎหมายอาหารเสริมไทยและงานวิจัย:
- เลข อย. ตรวจได้ที่เว็บไซต์ อย. — ยืนยันความปลอดภัยพื้นฐานของสูตร
- มาตรฐานการผลิต GMP/HACCP — พื้นฐานของโรงงานที่จริงจัง
- มาตรฐานสารสกัดที่ระบุชัด — งานวิจัยที่มีหลักฐานหนักแน่นใช้สารสกัดมาตรฐาน 50% เอทานอล[16] และงานเคมีมีวิธีวัดสารสำคัญ (rosmarinic acid, sinensetin, eupatorin) เป็นตัวชี้คุณภาพ[28],[41] — ผลิตภัณฑ์ดีควรระบุตัวเลขเหล่านี้
- พันธุ์-แหล่งปลูก + การเก็บรักษา — งานเทียบ 15 พันธุ์พบปริมาณสารสำคัญต่างกันตามพันธุ์/แหล่งปลูกจริง[40] และการเก็บรักษามีผลต่อ rosmarinic acid[42]
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม 1: หญ้าหนวดแมวช่วยขับนิ่วในไตจริงหรือไม่?
มี RCT ในคน 2 งานของไทย: เทียบยาหลอกในผู้ป่วยนิ่ว[1] และร่วมกับ alpha-blocker หลังทำ ESWL[2] พร้อมกลไกสัตว์-ห้องทดลองที่รองรับการป้องกัน/ละลายผลึก[3],[4] — ใช้ได้กับนิ่วขนาดเล็กในความดูแลแพทย์ ไม่ใช่ทางเลือกแทนการรักษานิ่วใหญ่
ถาม 2: หญ้าหนวดแมวลดกรดยูริกได้จริงหรือไม่?
งานวิจัยในสัตว์หลายชุดรองรับ[6],[8],[9] รวมกลไกใหม่ผ่านจุลินทรีย์ลำไส้และการเผาผลาญพิวรีน — แต่ยังไม่มี RCT ในคนกรดยูริกสูง ใช้เป็นข้อมูลเสริมคู่การรักษาตามแพทย์
ถาม 3: ชาหญ้าหนวดแมวกินทุกวันได้หรือไม่ กินเท่าไรพอ?
เป็นชาสมุนไพรปกติกินได้ทุกวันในปริมาณการดื่มทั่วไป แต่งานวิจัยยังไม่กำหนดขนาดมาตรฐานในคน — ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ/ยาความดันควรปรึกษาเภสัชกรก่อน
ถาม 4: กินหญ้าหนวดแมวพร้อมยาขับปัสสาวะ/ยาความดันได้หรือไม่?
ต้องปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อน เพราะฤทธิ์ขับปัสสาวะอาจซ้ำซ้อนกับยาที่กินอยู่ ทำให้เสียน้ำ-เกลือแร่หรือความดันต่ำลง
ถาม 5: Orthosiphon aristatus / stamineus / Clerodendranthus spicatus คนละพืชหรือพืชเดียวกัน?
พืชเดียวกัน — ต่างชื่อตามรอบการจัดอนุกรมวิธาน[24] ดูฉลากแล้วไม่ต้องตกใจถ้าชื่อไม่เหมือนกัน
ถาม 6: ผู้หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตรกินได้หรือไม่?
ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเฉพาะของสารสกัดเข้มข้นในกลุ่มนี้ — หลีกเลี่ยงและปรึกษาแพทย์ก่อน
ถาม 7: หญ้าหนวดแมวกับชาข้าวโพดอ่อน/หญ้าหางนกยูงต่างกันอย่างไร?
ทั้งหมดเป็นสมุนไพรกลุ่ม “ขับปัสสาวะ” งานคลาสสิกเปรียบเทียบฤทธิ์ตรงนี้และพบฤทธิ์เสริมกันเมื่อผสม[7] — หนวดแมวมีงานนิ่วในคนเพิ่มเติมที่สองชนิดอื่นไม่มี
ถาม 8: ซื้อชา/แคปซูลหญ้าหนวดแมวอย่างไรหลีกเลี่ยงสินค้าคุณภาพต่ำ?
ตรวจสอบ 4 จุด: เลข อย. / มาตรฐาน GMP / มาตรฐานสารสกัดที่ระบุ % rosmarinic acid หรือ sinensetin[28] / แหล่งปลูก-วันผลิตชัดเจน[40],[42] และระวังโฆษณาที่อ้าง “รักษาโรคไตได้” ซึ่งขัดข้อบังคับอาหารเสริมของ อย.
สรุป
หญ้าหนวดแมวคือสมุนไพรที่มีงานวิจัยรองรับตรงการใช้จริงมากกว่าที่หลายคนคิด — จุดแข็งที่สุดคือ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (มี RCT ในคน 2 งานของไทย) ตามด้วยฤทธิ์ขับปัสสาวะและ ลดกรดยูริก ในระดับสัตว์ และมุมความดัน-เมตาบอลิกที่มี RCT สูตรผสมรองรับ[11] งานพิษวิทยาในหนูไม่พบพิษสำคัญ[33]-[37] แต่ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ/ยาความดัน สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคไต ต้องปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้น
บทความนี้เรียบเรียงจากงานวิจัยเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ได้ให้บริการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ผู้อ่านที่ต้องการใช้เป็นอาหารเสริมหรือยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- 1 Orthosiphon versus placebo in nephrolithiasis with multiple chronic complaints: a randomized controlled trial — Premgamone A et al. / 2009 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 2 Efficacy of Orthosiphon aristatus (Cat’s Whiskers) and an alpha-blocker for stone expulsion in patients with urinary tract calculi undergoing extracorporeal shockwave lithotripsy — ทีมวิจัยไทย / 2019 (Thai Journal of Urology (ThaiJO)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 3 Prophylactic effects of Orthosiphon stamineus Benth. extracts on experimental induction of calcium oxalate nephrolithiasis in rats — Zhong YS et al. / 2012 (Journal of Ethnopharmacology 144(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 4 An In vitro Study of Orthosiphon stamineus (Misai Kucing) Standardized Water Extract as a Chemolytic Agent in Urolithiasis — Ambursa MB et al. / 2021 (Journal of Pharmacy and Bioallied Sciences 13(4)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 5 Diuretic properties of Orthosiphon stamineus Benth. — Adam Y et al. / 2009 (Journal of Ethnopharmacology 124(2)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 6 Studies on diuretic and hypouricemic effects of Orthosiphon stamineus methanol extracts in rats — Arafat OM et al. / 2008 (Journal of Ethnopharmacology 118(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 7 Studies on the individual and combined diuretic effects of four Vietnamese traditional herbal remedies (Zea mays — Imperata cylindrica (Plantago major and Orthosiphon stamineus)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 8 Clerodendranthus spicatus [Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.] maintains uric acid homeostasis via regulating gut microbiota and restrains renal inflammation in hyperuricemic nephropathy — Wang Y et al. / 2024 (Frontiers in Pharmacology) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 9 Anti-hyperuricemia effect of Clerodendranthus spicatus: a molecular biology study combined with metabolomics — Zhou Z et al. / 2024 (Scientific Reports 14) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 10 Clerodendranthus spicatus inhibits epithelial-mesenchymal transition of renal tubular cells through the NF-κB/Snail signalling pathway in hyperuricaemia nephropathy — Wu S et al. / 2023 (Pharmaceutical Biology 61(1)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 11 Effect of a combined nutraceutical containing Orthosiphon stamineus effect on blood pressure and metabolic syndrome components in hypertensive dyslipidaemic patients: a randomized clinical trial — Cicero AF et al. / 2012 (Complementary Therapies in Clinical Practice 18(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 12 Vascular Reactivity Concerning Orthosiphon stamineus Benth-Mediated Antihypertensive in Aortic Rings of Spontaneously Hypertensive Rats — Manshor NM et al. / 2013 (International Journal of Vascular Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 13 Vasorelaxant Action of the Chloroform Fraction of Orthosiphon stamineus via NO/cGMP Pathway — Potassium and Calcium Channels (Yam MF et al. / 2016) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 14 Mechanistic insights into the synergistic vasodilatory actions of eupatorin — sinensetin (and 3′-hydroxy-5) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 15 A Systematic Review of Orthosiphon stamineus Benth. in the Treatment of Diabetes and Its Complications — Wang Q et al. / 2022 (Molecules 27(2)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 16 Potent α-glucosidase and α-amylase inhibitory activities of standardized 50% ethanolic extracts and sinensetin from Orthosiphon stamineus Benth as anti-diabetic mechanism — Mohamed EA et al. / 2012 (BMC Complementary and Alternative Medicine 12:176) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 17 Evaluation of α-Glucosidase Inhibitory Effect of 50% Ethanolic Standardized Extract of Orthosiphon stamineus Benth in Normal and Streptozotocin-Induced Diabetic Rats — ทีมวิจัย / 2015 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 18 Urinary metabolomics study on the protective role of Orthosiphon stamineus in Streptozotocin induced diabetes mellitus in rats via 1H NMR spectroscopy — Azam AA et al. / 2017 (BMC Complementary and Alternative Medicine 17:275) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 19 In Vivo and In Vitro Antidiabetic Efficacy of Aqueous and Methanolic Extracts of Orthosiphon Stamineus Benth — Bassalat N et al. / 2023 (Pharmaceutics 15(3):945) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 20 Hexane Extract of Orthosiphon stamineus Induces Insulin Expression and Prevents Glucotoxicity in INS-1 Cells — ทีมวิจัย / 2015 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 21 Antiobesity and Lipid Lowering Effects of Orthosiphon stamineus in High-Fat Diet-Induced Obese Mice — Seyedan A et al. / 2017 (Planta Medica 83(5)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 22 Orthosiphon stamineus Benth. is an Outstanding Food Medicine: Review of Phytochemical and Pharmacological Activities — Ashraf K et al. / 2018 (Journal of Pharmacy and Bioallied Sciences 10(3)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 23 A Systematic Review of the Protective Actions of Cat’s Whiskers (Misai Kucing) on the Central Nervous System — Chung YS et al. / 2020 (Frontiers in Pharmacology 11:692) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 24 Clerodendranthus spicatus: a comprehensive review of the chemical constituents — pharmacology (quality control and clinical applications) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 25 Hepatoprotective Effects of Orthosiphon stamineus Extract on Thioacetamide-Induced Liver Cirrhosis in Rats — Alshawsh MA et al. / 2011 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 26 Free radical scavenging — antimicrobial and immunomodulatory activities of Orthosiphon stamineus (Alshawsh MA et al. / 2012) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 27 A comparative study of the antioxidant and intestinal protective effects of extracts from different parts of Java tea (Orthosiphon stamineus) — Cai X et al. / 2018 (Food Science & Nutrition 6(5)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 28 Qualitative and quantitative analysis on the chemical constituents in Orthosiphon stamineus Benth using UHPLC — Guo Z et al. / 2019 (Journal of Pharmaceutical and Biomedical Analysis) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 29 Simultaneous Quantification and Pharmacokinetic Study of Nine Bioactive Components of Orthosiphon stamineus Benth. Extract in Rat Plasma by UHPLC-MS/MS — Guo Z et al. / 2019 (Molecules 24(17):3057) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 30 Antiproliferative and antiangiogenic effects of flavone eupatorin — an active constituent of chloroform extract of Orthosiphon stamineus leaves (Dolečková I et al. / 2012) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 31 Optimization of Cat’s Whiskers Tea (Orthosiphon stamineus) Using Supercritical Carbon Dioxide and Selective Chemotherapeutic Potential against Prostate Cancer Cells — Al-Suede FS et al. / 2014 (Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 32 Sinensetin: An Insight on Its Pharmacological Activities — Mechanisms of Action and Toxicity (ทีมวิจัย / 2021) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 33 Toxicity study of Orthosiphon stamineus Benth (Misai Kucing) on Sprague Dawley rats — Chin JH et al. / 2008 (Tropical Biomedicine 25(1)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 34 Antioxidant and toxicity studies of 50% methanolic extract of Orthosiphon stamineus Benth. — Yam MF et al. / 2013 (BioMed Research International) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 35 Genotoxicity — acute and subchronic toxicity studies of nano liposomes of Orthosiphon stamineus ethanolic extract in Sprague Dawley rats (Shafaei A et al. / 2015) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 36 Phytochemical Screening and Acute Oral Toxicity Study of Java Tea Leaf Extracts — Pariyani R et al. / 2015 (BioMed Research International) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 37 Evaluation of the genotoxicity of Orthosiphon stamineus aqueous extract — Muhammad H et al. / 2011 (Journal of Ethnopharmacology 133(2)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 38 Comparing in vitro antiurolithic potential of Orthosiphon … with other herbs — ทีมวิจัย / 2023 (Journal of Research in Siddha Medicine) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 39 Case study on Orthosiphon aristatus — Eurycoma longifolia and Andrographis paniculata: extraction techniques and therapeutic value of polar bioactives (ทีมวิจัย / 2021) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 40 Genotype selection for phytochemical content and pharmacological activities in ethanol extracts of fifteen types of Orthosiphon aristatus (Blume) Miq. leaves using chemometric analysis — ทีมวิจัย / 2020 (Scientific Reports 10) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 41 Qualitative and Quantitative Analysis of the Phenolic Constituents from Orthosiphon aristatus — Sumaryono W et al. / 1991 (Planta Medica 57(2)) อ่านงานวิจัยเต็ม
- 42 Phytochemical profile of Orthosiphon aristatus extracts after storage: Rosmarinic acid and other caffeic acid derivatives — ทีมวิจัย / 2018 (Journal of Pharmaceutical and Biomedical Analysis) อ่านงานวิจัยเต็ม