ถ้าผลเลือดเพิ่งบอกว่า LDL สูงแล้วคุณถูกสั่งให้ “คุมไขมัน” คำถามแรกคืออาหารที่กินอยู่ทุกวันตัวไหนคือตัวการ ตารางในบทนี้ตอบด้วยตัวเลขต่อ 100 กรัม พร้อมแปลงเป็นหน่วยที่กินจริง ตั้งแต่ไข่ หมูสามชั้น กุ้ง ปลาหมึก น้ำมัน ไปจนถึงผัดกะเพราและต้มข่าไก่
ตัวเลขที่ทำให้ LDL สูงไม่ใช่คอเลสเตอรอลในอาหารเป็นหลัก แต่เป็นไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ซึ่งคนมองข้ามมากที่สุด
อ่านตารางให้ถูกก่อน: 3 ตัวเลขที่คนสับสน
สามตัวเลขนี้หน่วยต่างกันและคนมักเอามาเปรียบกันตรง ๆ
คอเลสเตอรอล หน่วยมิลลิกรัม พบเฉพาะอาหารจากสัตว์ ไข่แดง เครื่องใน เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และนม อาหารจากพืชมีค่าเป็นศูนย์
ไขมันอิ่มตัว หน่วยกรัม มีทั้งในสัตว์และพืช น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันเมล็ดในปาล์มมีกรดไขมันอิ่มตัวราวร้อยละ 90 ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองมีราวร้อยละ 15[2]
ไขมันทรานส์ หน่วยกรัม เกิดจากไฮโดรเจนชันบางส่วนในโรงงาน และพบเล็กน้อยในเนื้อและนมของสัตว์เคี้ยวเอื้อง[2]
แนวทางสากลและไทยชี้ทางเดียวกัน คือจำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงาน และไขมันทรานส์น้อยกว่าร้อยละ 1 ส่วนคอเลสเตอรอลไม่มีเพดานตายตัว แนะนำเพียงให้บริโภคแต่น้อย[2],[5] การทบทวนของ Cochrane รวมการทดลองแบบสุ่ม 15 เรื่อง ผู้ร่วมราว 59,000 คน พบว่าการลดไขมันอิ่มตัวลดเหตุการณ์หัวใจรวมได้ร้อยละ 21[7] แนวทางไทยเข้มกว่านั้น ในผู้ที่ต้องลด LDL แนะนำไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 และเปลี่ยนไปใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง[3]
คอเลสเตอรอลในอาหาร vs ในเลือด: ทำไมกินไข่แล้วไม่พุ่ง
ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลเองที่ตับเป็นหลัก เมื่อกินมากขึ้น ตับจะลดการสร้างของตัวเองและเร่งขับทางน้ำดี ผลต่อ LDL จึงเล็กกว่าที่คนคิด[2],[12]
การวิเคราะห์อภิมานของการทดลองแบบสุ่ม 28 เรื่องพบว่าเทียบกับมื้อควบคุมที่ไข่ต่ำ การกินไข่เพิ่มทำให้คอเลสเตอรอลรวมเพิ่ม 5.60 มก./ดล. LDL เพิ่ม 5.55 มก./ดล. และ HDL เพิ่ม 2.13 มก./ดล. แต่สัดส่วน LDL ต่อ HDL และไตรกลีเซอไรด์ไม่เปลี่ยน[8]
ภาพจากงานติดตามระยะยาวขัดกันบ้าง การวิเคราะห์กลุ่มประชากรสหรัฐสามกลุ่มและการวิเคราะห์อภิมาน 33 ชุดข้อมูล ผู้ร่วมรวม 1.72 ล้านคน พบว่าไข่วันละหนึ่งฟองไม่สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ ค่า HR 0.93[9],[11] แต่การรวมข้อมูลผู้ใหญ่สหรัฐหกกลุ่มพบว่าคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เพิ่มทุก 300 มก. ต่อวันสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มร้อยละ 17 และเมื่อปรับสำหรับคอเลสเตอรอลจากอาหารแล้ว ความสัมพันธ์ของจำนวนไข่ก็หายไป[10]
คนตอบสนองไม่เท่ากันด้วย การทดลองในผู้ชายสุขภาพดี 21 คนพบว่าเมื่อกินไข่วันละสามฟอง 28 วัน มี 8 คนที่คอเลสเตอรอลเพิ่มชัด และ 13 คนที่แทบไม่เปลี่ยน[14] บอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าคุณอยู่กลุ่มไหน วิธีเดียวที่รู้คือตรวจเลือดก่อนและหลังปรับอาหาร 6 ถึง 8 สัปดาห์
ตารางที่ 1: อาหารไทยที่คนถามถึงบ่อย
ทุกค่ามาจากฐานข้อมูล Thai FCD 2015 ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นค่าต่อ 100 กรัมส่วนที่กินได้[1] คอลัมน์สุดท้ายคือการแปลงเป็นหน่วยที่คนกินจริง
| อาหาร | คอเลสเตอรอล (มก./100 ก.) | ไขมันอิ่มตัว (ก./100 ก.) | ไขมันรวม (ก./100 ก.) | พลังงาน (กิโลแคลอรี/100 ก.) | หนึ่งหน่วยที่กินจริง |
|---|---|---|---|---|---|
| ไข่ไก่ต้ม 10 นาที | 380 | 2.43 | 8.31 | 138 | 1 ฟอง เนื้อไข่ราว 44 ก. = 167 มก. |
| ไข่เป็ดต้ม | 561 | 3.51 | 11.56 | 162 | 1 ฟอง เนื้อไข่ราว 55 ก. = 309 มก. |
| ตับไก่สด | 428 | 2.85 | 5.60 | 126 | 1 ไม้ปิ้งย่าง 50 ก. = 214 มก. |
| ตับหมูสด | 249 | 1.52 | 3.84 | 124 | 1 จานผัด 80 ก. = 199 มก. |
| ปลาหมึกกล้วยสด | 329 | 0.12 | 0.40 | 66 | 1 จานยำ 100 ก. = 329 มก. |
| กุ้งแชบ๊วยต้ม | 168 | 0.34 | 1.10 | 104 | 5 ตัว 50 ก. = 84 มก. |
| ปลาทูสด | 76 | 1.79 | 4.66 | 127 | 1 ตัว 80 ก. = 61 มก. |
| ปลานิลสด | 58 | 0.55 | 1.10 | 87 | 1 ตัว 150 ก. = 87 มก. |
| หมูสามชั้นสด | 35 | 13.29 | 34.07 | 369 | 100 ก. = 13.3 ก. ไขมันอิ่มตัว |
| หมูสับสด | 41 | 6.20 | 17.00 | 229 | 100 ก. = 6.2 ก. ไขมันอิ่มตัว |
| กุนเชียงหมูทอด | 39 | 12.99 | 33.82 | 513 | 1 แท่ง 30 ก. = 3.9 ก. ไขมันอิ่มตัว |
| เนยสดชนิดเค็ม | 248 | 53.81 | 83.64 | 757 | 1 ช้อนชา 5 ก. = 12 มก. และ 2.7 ก. ไขมันอิ่มตัว |
| นมยูเอชทีรสธรรมชาติ | 9 | 1.35 | 3.74 | 71 | 1 แก้ว 250 มล. = 23 มก. |
| น้ำมันถั่วเหลือง | 0 | 14.53 | 100 | 900 | 1 ช้อนโต๊ะ 15 ก. = 2.2 ก. ไขมันอิ่มตัว |
อ่านตารางนี้ให้เริ่มจากคอลัมน์ไขมันอิ่มตัว หมูสามชั้น 100 กรัมให้คอเลสเตอรอลเพียง 35 มก. ซึ่งน้อยกว่าไข่ครึ่งฟอง แต่ให้ไขมันอิ่มตัว 13.29 กรัม คิดเป็นร้อยละ 60 ของเพดาน 22 กรัมต่อวันสำหรับคนที่กิน 2,000 กิโลแคลอรี
นี่คือเหตุผลที่คนตัดไข่ออกแต่ยังกินหมูกรอบและกุนเชียงทุกวันมักไม่เห็น LDL ลดลง สิ่งที่ต้องลดก่อนคืออาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูง ไม่ใช่รายการที่มีคอเลสเตอรอลสูง
ตารางที่ 2: เนื้อสัตว์และเครื่องใน เรียงมากไปน้อย
เครื่องในคือกลุ่มที่คอเลสเตอรอลสูงที่สุด และสูงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดเดียวกันหลายเท่า ตารางนี้เรียงจากมากไปน้อย[1]
| อาหาร | คอเลสเตอรอล (มก./100 ก.) | ไขมันอิ่มตัว (ก./100 ก.) | พลังงาน (กิโลแคลอรี/100 ก.) | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|---|
| ตับไก่ สด | 428 | 2.85 | 126 | สูงที่สุดในกลุ่มเนื้อสัตว์และเครื่องใน |
| ตับวัว ทอด | 350 | 4.01 | 245 | การทอดเติมไขมันอีกชั้น |
| ตับหมู สด | 249 | 1.52 | 124 | ต้มแล้ว 240 มก. แทบไม่ต่างจากสด |
| หมู หัวใจ สด | 101 | 2.14 | 121 | โปรตีนสูง ไขมันต่ำ |
| เนื้อวัว ต้ม | 83 | 1.16 | 160 | เนื้อส่วนสะโพกไขมันต่ำ |
| หมู ไส้ สด | 76 | 6.99 | 205 | ไขมันอิ่มตัวสูงกว่าที่คิด |
| เนื้อวัว สด | 65 | 1.91 | 119 | ค่ากลางของเนื้อวัวทั่วไป |
| ไก่ สะโพก สด | 58 | 5.12 | 212 | หนังและไขมันแทรกคือตัวเพิ่ม |
| แฮมหมู ต้ม | 58 | 1.65 | 168 | โซเดียมสูงแม้ไขมันต่ำ |
| อกไก่ ติดหนัง สด | 50 | 2.40 | 153 | ไม่ติดหนังเหลือไขมัน 1.40 ก. |
| หมู สันนอก สด | 50 | 2.40 | 149 | เนื้อล้วนใช้ได้บ่อย |
| หมู เนื้อล้วน สด | 45 | 1.52 | 124 | ตัวเลือกไขมันต่ำของหมู |
| หมู สับ สด | 41 | 6.20 | 229 | ไขมันอิ่มตัวสูงกว่าหมูเนื้อล้วน 4 เท่า |
| กุนเชียงหมู ทอด | 39 | 12.99 | 513 | แปรรูปและทอดซ้ำ |
| หมู สามชั้น สด | 35 | 13.29 | 369 | ไขมันอิ่มตัวสูงสุดในตารางนี้ |
| หนังไก่ ทอด | 34 | 13.03 | 578 | พลังงานต่อ 100 ก. สูงที่สุด |
เครื่องในสูงกว่าเนื้อของสัตว์ชนิดเดียวกันราว 4 ถึง 10 เท่า ตับไก่ 428 มก. เทียบกับสะโพกไก่ 58 มก. การปรุงสุกไม่ได้ลดคอเลสเตอรอล ตับหมูสด 249 มก. กับตับหมูต้ม 240 มก. ใกล้กันมาก เพราะคอเลสเตอรอลไม่สลายด้วยความร้อนในน้ำ[1] สิ่งที่เปลี่ยนคือไขมันที่เพิ่มเข้ามา หมูสับสดมีไขมันอิ่มตัว 6.20 กรัม แต่กุนเชียงทอดมี 12.99 กรัม
ตารางที่ 3: อาหารทะเล คอเลสเตอรอลสูงแต่ไขมันอิ่มตัวต่ำ
อาหารทะเลทำให้คนสับสนมากที่สุด เพราะกุ้งและปลาหมึกมีคอเลสเตอรอลสูงกว่าหมูสามชั้นหลายเท่า แต่ไขมันอิ่มตัวกลับต่ำกว่ามาก[1]
| อาหารทะเล | คอเลสเตอรอล (มก./100 ก.) | ไขมันอิ่มตัว (ก./100 ก.) | ไขมันรวม (ก./100 ก.) | พลังงาน (กิโลแคลอรี/100 ก.) |
|---|---|---|---|---|
| ปลาหมึกกล้วย สด | 329 | 0.12 | 0.40 | 66 |
| ปลาหมึกกระดอง สด | 241 | 0.08 | 0.23 | 66 |
| กุ้งแชบ๊วย ต้ม | 168 | 0.34 | 1.10 | 104 |
| ปลาช่อน สด | 149 | 2.50 | 3.26 | 109 |
| ปลาดุกอุย สด | 139 | 4.52 | 14.70 | 209 |
| ปลาจะละเม็ดขาว สด | 84 | 2.77 | 6.80 | 139 |
| ปลาทู สด | 76 | 1.79 | 4.66 | 127 |
| ปลานิล สด | 58 | 0.55 | 1.10 | 87 |
ปลาหมึก 100 กรัมให้คอเลสเตอรอล 329 มก. มากกว่าไข่หนึ่งฟองเกือบสองเท่า แต่ให้ไขมันอิ่มตัวเพียง 0.12 กรัม เทียบกับหมูสามชั้นที่ให้ 13.29 กรัม
วิธีปรุงเปลี่ยนทุกอย่าง ปลาหมึกต้มหรือย่างยังมีไขมันอิ่มตัวต่ำ แต่ปลาหมึกทอดหรือผัดกะทิจะได้ไขมันจากน้ำมันและกะทิแทน ตัวเลขในตารางคือวัตถุดิบ ไม่ใช่อาหารปรุงสำเร็จ ปลาไทยหลายชนิดยังมีโอเมก้า-3 ปลาจะละเม็ดขาวมีราว 1.14 กรัมต่อ 100 กรัม และปลาทูราว 0.42 กรัม[1] แนวทางไทยจึงแนะนำให้ใช้ปลาและสัตว์ทะเลเป็นแหล่งโปรตีนหลักสลับกับเนื้อสัตว์[3]
ไข่: ตัวเลขต่อฟอง และคำแนะนำในแต่ละกลุ่ม
ไม่มีใครกินไข่ 100 กรัม การแปลงเป็นฟองจึงสำคัญ ไข่ไก่ต้มมีเนื้อที่กินได้ร้อยละ 87 ของน้ำหนักทั้งเปลือก[1]
ไข่ไก่เบอร์ 2 หนักราว 50 กรัมทั้งเปลือก ได้เนื้อไข่ราว 44 กรัม คิดเป็นคอเลสเตอรอลประมาณ 167 มก. ไข่ฟองใหญ่ 60 กรัมทั้งเปลือกได้ราว 198 มก. และไข่เป็ดหนึ่งฟองราว 309 มก.[1]
สำหรับคนสุขภาพดี หลักฐานกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ที่สุดชี้ว่าไข่วันละหนึ่งฟองไม่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และในกลุ่มประชากรเอเชียพบความสัมพันธ์ในทางลดความเสี่ยงด้วยซ้ำ[9] การวิเคราะห์อภิมานที่ติดตามคนเกือบ 220,000 คนก็ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างไข่กับความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2[13]
สำหรับผู้มี LDL สูง หลักการคือมองทั้งมื้อ ไม่ใช่ทั้งฟอง ไข่หนึ่งฟองในมื้อที่มีผักมากต่างจากไข่สามฟองคู่กับเบคอน
สำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ข้อมูลยังไม่ชัด การวิเคราะห์อภิมานพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อกินไข่ตั้งแต่สามฟองต่อสัปดาห์ในกลุ่มประชากรสหรัฐ แต่ไม่พบนอกสหรัฐ[13] นี่คือความไม่แน่นอนที่ควรบอกตรง ๆ ไม่ใช่ข้อห้าม
คนที่สงสัยว่าตัวเองเป็นผู้ตอบสนองสูงควรตรวจ LDL ก่อนปรับอาหารและซ้ำที่ 6 ถึง 8 สัปดาห์ ถ้าเพิ่มมากกว่าที่คาด ให้ถือว่าคุณเป็นกลุ่มที่ไวและปรับจำนวนไข่ตามผลจริง[14]
คำเตือนด้านความปลอดภัย (อ่านก่อนใช้): ถ้าคุณใช้ยาสแตตินหรือยาลดไขมันอยู่ ห้ามหยุดหรือลดยาเองเพราะอ่านตารางนี้แล้วคิดว่าจะคุมด้วยอาหารได้ ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงแบบพันธุกรรม (familial hypercholesterolemia) และผู้ป่วยโรคตับหรือถุงน้ำดีควรปรับอาหารภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และสตรีตั้งครรภ์ไม่ควรจำกัดไขมันเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ตารางที่ 4: น้ำมันและไขมันที่ใช้ปรุง
ตัวเลขในตารางนี้เป็นสัดส่วนของกรดไขมันทั้งหมด ไม่ใช่กรัมต่อ 100 กรัม[1],[2] ค่าโอเมก้า-6 ต่อโอเมก้า-3 คำนวณจากปริมาณกรดไขมันแต่ละชนิดในฐานข้อมูลไทย[1]
| น้ำมันหรือไขมัน | ไขมันอิ่มตัว (%) | ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (%) | ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (%) | โอเมก้า-6 ต่อโอเมก้า-3 | ใช้กับอะไร |
|---|---|---|---|---|---|
| น้ำมันคาโนลา | 7.4 | 63.3 | 28.1 | ไม่ระบุในฐานข้อมูลไทย | ผัด ใช้สดในสลัด |
| น้ำมันดอกทานตะวัน | 9.9 | 37.3 | 48.1 | 253 ต่อ 1 | ผัด ทอดบางครั้ง |
| น้ำมันมะกอก | 13.8 | 73.0 | 10.5 | ไม่ระบุในฐานข้อมูลไทย | ผัดไฟกลาง ใช้สด |
| น้ำมันข้าวโพด | 14.4 | 28.6 | 52.7 | 44 ต่อ 1 | ผัด ทอด |
| น้ำมันถั่วเหลือง | 14.5 | 22.7 | 57.4 | 8 ต่อ 1 | ผัด ทอด ใช้ทั่วไป |
| น้ำมันรำข้าว | 20.6 | 41.8 | 32.4 | 47 ต่อ 1 | ทอด ผัดไฟแรง |
| น้ำมันหมู | 32.3 | 51.3 | 15.0 | ไม่ระบุในฐานข้อมูลไทย | ทอด ใช้แต่น้อย |
| น้ำมันปาล์มโอเลอิน | 42.3 | 41.3 | 10.1 | 59 ต่อ 1 | ทอดเชิงพาณิชย์ ใช้แต่น้อย |
| น้ำมันมะพร้าว | 83.0 | 10.0 | 2.2 | 10 ต่อ 1 | กลิ่นเฉพาะ ใช้ปริมาณน้อย |
น้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวร้อยละ 83 สูงกว่าน้ำมันหมูเกือบสามเท่าและสูงกว่าน้ำมันถั่วเหลืองเกือบหกเท่า ข้ออ้างที่ว่าน้ำมันมะพร้าวดีต่อหัวใจเพราะไม่ผ่านการกลั่นจึงไม่ตรงกับองค์ประกอบจริง แนวทางสมาคมโรคหัวใจสหรัฐให้ใช้น้ำมันพืชเหลวแทนน้ำมันเขตร้อนและไขมันที่ผ่านการไฮโดรเจน[6] ขณะที่แนวทางไทยจัดน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มไว้ในกลุ่มที่ควรลด[3]
จุดเกิดควันคืออุณหภูมิที่น้ำมันเริ่มปล่อยควันและสลายตัว และลดลงเมื่อใช้ซ้ำ การวัดในห้องปฏิบัติการพบว่าน้ำมันถั่วเหลืองกลั่นมีจุดเกิดควัน 235 องศาเซลเซียส และน้ำมันรำข้าว 232 องศา ลดลง 3 ถึง 10 องศาเมื่อทอดซ้ำหกรอบ[16] การทอดที่ 170 ถึง 180 องศาจึงต่ำกว่าจุดเกิดควันมาก แต่การทอดซ้ำทำให้จุดเกิดควันต่ำลงและเกิดสารออกซิเดชันเพิ่มขึ้น[18]
ไขมันทรานส์: อ่านฉลากไทยอย่างไร
หลายคนคิดว่าฉลากไทยต้องบอกปริมาณไขมันทรานส์ ความจริงคือกรอบโภชนาการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 445 บังคับเก้ารายการ ได้แก่ พลังงาน ไขมันทั้งหมด ไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด น้ำตาลทั้งหมด โซเดียม และโพแทสเซียม ไม่มีไขมันทรานส์[4]
ฉลากที่ไม่มีบรรทัดนี้จึงไม่ได้แปลว่าไม่มี และคำว่า “ไขมันทรานส์ 0 กรัม” บนผลิตภัณฑ์นำเข้าก็ไม่ได้แปลว่าเป็นศูนย์จริง กฎสหรัฐให้ประกาศเป็นศูนย์ได้เมื่อมีน้อยกว่า 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค[17] ซองที่บอก 0 กรัมอาจมีถึง 0.4 กรัมต่อหน่วย และถ้ากินสามหน่วยก็เกินหนึ่งกรัมโดยที่ฉลากไม่ได้โกหก
ทางที่ดีที่สุดคือดูส่วนผสมแทนตัวเลข คำที่บอกใบ้ได้แก่ shortening เนยขาว ครีมเทียม มาการีน และ “น้ำมันพืชผ่านการไฮโดรเจน” เบเกอรี่ พาย และขนมที่ใช้เนยขาวเป็นหลักคือกลุ่มที่เคยมีไขมันทรานส์สูงสุด[3]
ประเทศไทยห้ามนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์แล้ว ตามแนวทางเวชปฏิบัติฉบับปี 2567[3] แหล่งที่เหลือจึงเป็นปริมาณเล็กน้อยจากธรรมชาติในเนื้อและนมสัตว์เคี้ยวเอื้อง ซึ่งไม่ใช่เหตุผลให้เลี่ยงนมทั้งกลุ่ม อีกแหล่งที่ฉลากจับไม่ได้คือน้ำมันทอดซ้ำ งานทบทวนเรื่องน้ำมันที่ผ่านความร้อนซ้ำพบความสัมพันธ์กับความดันและคอเลสเตอรอลที่เพิ่มขึ้น[18] ทางเลี่ยงคือไม่กินของทอดจากร้านที่ใช้น้ำมันเดิมซ้ำทั้งวัน
แปลง “ต่อ 100 กรัม” เป็น “ต่อจานที่กิน”
วิธีคิดมีขั้นเดียวคือ (น้ำหนักที่กิน ÷ 100) × ตัวเลขต่อ 100 กรัม ตารางนี้ใช้ค่าอาหารปรุงสำเร็จจากฐานข้อมูลไทยและน้ำหนักจานมาตรฐาน ซึ่งเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การชั่งจานของคุณ[1]
| เมนู | น้ำหนักที่คิด | พลังงาน (กิโลแคลอรี) | ไขมันรวม (ก.) | ไขมันอิ่มตัว (ก.) | คอเลสเตอรอล (มก.) | ร้อยละของเพดานไขมันอิ่มตัว 22 ก. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ผัดกะเพราไก่ 150 ก. + ข้าวสวย 200 ก. | 350 ก. | 505 | 10.6 | 0.7 | 234 | 3 |
| ต้มข่าไก่ 250 ก. + ข้าวสวย 200 ก. | 450 ก. | 502 | 15.2 | 8.5 | 40 | 39 |
| ข้าวผัดหมู 1 จาน | 300 ก. | 480 | 12.4 | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ |
| แกงเขียวหวานไก่ 250 ก. + ข้าวสวย 200 ก. | 450 ก. | 525 | 15.6 | 8.8 | 40 | 40 |
ผัดกะเพราไก่มีไขมันอิ่มตัว 0.46 กรัมต่อ 100 กรัม กิน 150 กรัมได้ 0.69 กรัม ต้มข่าไก่มี 3.39 กรัมต่อ 100 กรัม กิน 250 กรัมได้ 8.48 กรัม ซึ่งมากกว่ากะเพรา 12 เท่า สาเหตุอยู่ที่กะทิ ต้มข่าไก่หนึ่งถ้วยใช้เพดานไขมันอิ่มตัวไปแล้วเกือบสี่ในสิบของวัน และแกงเขียวหวานไก่ก็ใกล้เคียงกัน
เพดานต่อวัน: ตัวเลขที่มีที่มา vs ตัวเลขในโซเชียล
ตัวเลขที่มีที่มาชัดเจนมีสามชั้น ชั้นแรกคือไขมันทั้งหมดที่ควรได้ ร้อยละ 20 ถึง 35 ของพลังงาน สำหรับผู้ใหญ่ตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป ชั้นที่สองคือไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 10 และไขมันทรานส์น้อยกว่าร้อยละ 1 ชั้นที่สามคือคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องลด LDL ซึ่งเข้มกว่านั้นคือไม่เกินร้อยละ 7[2],[3]
แปลงเป็นกรัมสำหรับคนที่กินวันละ 2,000 กิโลแคลอรี ไขมันทั้งหมดคือ 44 ถึง 78 กรัม ไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 22 กรัม หรือ 15.6 กรัมถ้าใช้เกณฑ์ร้อยละ 7[2],[3]
ตัวเลขที่ลอยในโซเชียลมักเป็นแบบ “ห้ามกินไข่เกินสัปดาห์ละสองฟอง” หรือ “คอเลสเตอรอลต้องต่ำกว่า 200 มก. ต่อวัน” ตัวเลข 200 มก. เป็นคำแนะนำรุ่นเก่าที่หลายประเทศเลิกใช้แล้ว รวมทั้งไทย ซึ่งระบุว่าไม่มีการกำหนดปริมาณที่แน่นอน แต่แนะนำให้บริโภคแต่น้อย[2]
อ่านผลเลือดคู่กับตาราง
ผลเลือดสี่ตัวตอบสนองต่ออาหารคนละแบบ
| ตัวชี้วัด | ไวต่ออะไรที่สุด | หลักฐานที่ใช้ได้ |
|---|---|---|
| LDL-C | ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ | ลดไขมันอิ่มตัวแล้วเหตุการณ์หัวใจลดร้อยละ 21[7] |
| HDL-C | ไขมันอิ่มตัวเพิ่มเล็กน้อย น้ำหนักและการออกกำลังกายมีผลมากกว่า | ไข่เพิ่ม HDL 2.13 มก./ดล.[8] |
| ไตรกลีเซอไรด์ | น้ำตาล แป้งขัดสี และแอลกอฮอล์ | น้ำตาลเพิ่มไตรกลีเซอไรด์ 0.11 มิลลิโมล/ล.[15] |
| Non-HDL | รวมผลของ LDL และไตรกลีเซอไรด์ | ใช้เมื่อไตรกลีเซอไรด์สูง |
ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง การตัดไขมันในอาหารอาจไม่ช่วยเท่าที่ควร การวิเคราะห์อภิมานของการทดลองแบบสุ่ม 39 เรื่องพบว่าเมื่อเพิ่มน้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์เพิ่ม 0.11 มิลลิโมลต่อลิตร และ LDL เพิ่ม 0.12 มิลลิโมลต่อลิตร โดยเกิดแม้ไม่ได้ให้น้ำหนักตัวเปลี่ยน[15] แนวทางไทยจึงแนะนำให้เลิกแอลกอฮอล์ก่อนในผู้ที่ไตรกลีเซอไรด์สูง พร้อมลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงาน[3]
ข้อจำกัดของตัวเลขในตาราง
ข้อแรก วิธีปรุงเปลี่ยนค่าได้เท่าตัว อกไก่ไม่ติดหนังมีไขมัน 1.40 กรัมต่อ 100 กรัม แต่หนังไก่ทอดมี 41.86 กรัม และหมูสามชั้นทอดกรอบมีพลังงาน 502 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม เทียบกับสด 369 กิโลแคลอรี[1]
ข้อที่สอง อาหารทอดดูดน้ำมันกลับเข้าไปในเนื้ออาหาร ปริมาณที่ดูดขึ้นกับอุณหภูมิ เวลา และผิวอาหาร ตัวเลขในฐานข้อมูลจึงเป็นค่าของตัวอย่างที่วัดจริงแต่ละชุด
ข้อที่สาม พันธุ์และส่วนตัดแต่งทำให้ค่าแตกต่าง หมูเนื้อล้วนกับหมูสามชั้นมาจากสัตว์ตัวเดียวกันแต่ไขมันอิ่มตัวต่างกันเกือบเก้าเท่า
ข้อที่สี่ ค่าในตารางเป็นค่ากลางของหลายตัวอย่าง ฐานข้อมูลไทยรายงานช่วงต่ำสุดถึงสูงสุดในบางรายการ จานจริงของคุณอาจอยู่หัวหรือท้ายของช่วง
ข้อที่ห้า ข้อมูลมีอายุ ฐานข้อมูลชุดที่ใช้เป็นฉบับปี 2015 บางรายการอ้างค่าจากการวิเคราะห์ปี 1999[1] ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันอาจต่างจากค่าเดิม
ข้อที่หก ตารางบอกปริมาณ ไม่บอกบริบททั้งมื้อ อาหารไขมันอิ่มตัวสูงในปริมาณน้อยอาจไม่ใช่ปัญหา ขณะที่อาหารไขมันต่ำแต่กินมากทุกวันกลับเป็นตัวการ
คำถามที่พบบ่อย
ไข่วันละฟองได้ไหม
ได้สำหรับคนสุขภาพดี งานวิเคราะห์กลุ่มประชากรกว่า 1.7 ล้านคนไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างไข่วันละฟองกับความเสี่ยงโรคหัวใจ[9] แต่ถ้า LDL สูงหรือเป็นเบาหวาน ควรดูไขมันอิ่มตัวของทั้งมื้อ
กุ้งคอเลสเตอรอลสูงจริงหรือ
สูงจริงที่ 168 มก. ต่อ 100 กรัม สูงกว่าเนื้อสัตว์ส่วนมาก แต่ไขมันอิ่มตัวมีเพียง 0.34 กรัม ตัวที่ทำให้ LDL สูงจึงเป็นน้ำมันและวิธีปรุง ไม่ใช่ตัวกุ้ง[1]
น้ำมันมะพร้าวดีกว่าจริงไหม
ไม่ตรงกับหลักฐาน น้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวร้อยละ 83 สูงกว่าน้ำมันหมูและน้ำมันพืชอื่นมาก[1] ทั้งแนวทางสหรัฐและไทยให้ใช้น้ำมันพืชเหลวแทนน้ำมันเขตร้อน[3],[6]
ไขมันทรานส์อยู่ไหนบ้าง
อดีตพบมากในมาการีน เนยขาว ครีมเทียม และเบเกอรี่ที่ใช้เนยขาว ไทยห้ามนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์แล้ว[3] ที่เหลือคือปริมาณเล็กน้อยในเนื้อและนมสัตว์เคี้ยวเอื้อง[2]
ควรกินไขมันวันละกี่กรัม
ร้อยละ 20 ถึง 35 ของพลังงาน สำหรับ 2,000 กิโลแคลอรีคือ 44 ถึง 78 กรัม โดยไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 22 กรัม หรือ 15.6 กรัมถ้าใช้เกณฑ์ร้อยละ 7 สำหรับผู้ต้องลด LDL[2],[3]
เนยกับมาการีนอันไหนดีกว่า
เนยมีไขมันอิ่มตัวราวร้อยละ 54[1] ส่วนมาการีนในอดีตเสี่ยงไขมันทรานส์จากไฮโดรเจนชัน ปัจจุบันไทยห้ามผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์แล้ว[3] ทั้งคู่จึงควรใช้แต่น้อย
เนื้อสัตว์อะไรคอเลสเตอรอลต่ำสุด
หนังไก่ทอดต่ำสุดที่ 34 มก. แต่ไขมันอิ่มตัว 13.03 กรัม ถ้าต้องการทั้งสองอย่างต่ำ เนื้อวัวสะโพก 83 มก. และ 1.16 กรัม หรือหมูเนื้อล้วน 45 มก. และ 1.52 กรัม สมดุลกว่า[1]
กินไข่แล้ว LDL ขึ้นไหม
ขึ้นเล็กน้อยและขึ้นกับตัวบุคคล การทดลองแบบสุ่ม 28 เรื่องพบ LDL เพิ่มเฉลี่ย 5.55 มก./ดล. แต่บางคนเพิ่มหลายเท่า[8],[14] วิธีรู้ผลของตัวเองคือตรวจ LDL ก่อนและหลังปรับอาหาร 6 ถึง 8 สัปดาห์
สรุป
ตารางคอเลสเตอรอลและกรดไขมันมีประโยชน์ก็ต่อเมื่ออ่านถูกคอลัมน์ ตัวเลขที่ต้องดูก่อนคือไขมันอิ่มตัวเป็นกรัม ไม่ใช่คอเลสเตอรอลเป็นมิลลิกรัม เพราะหลักฐานชี้ว่าไขมันอิ่มตัวและทรานส์คือตัวที่ทำให้ LDL สูง[7],[8]
การใช้ตารางให้ได้ผลจริงมีสามจังหวะ หาว่าอาหารที่กินบ่อยที่สุดให้ไขมันอิ่มตัวเท่าไรต่อจาน ดูว่าเมนูใดใช้กะทิหรือเนื้อแปรรูปเป็นฐาน สุดท้ายจึงปรับน้ำมันปรุงอาหารและจำนวนครั้งของของทอด
ตัวเลขทุกตัวเป็นค่ากลางจากฐานข้อมูลไทยและงานวิจัยที่อ้างอิง ไม่ใช่ค่าของจานในมือคุณ การชั่งน้ำหนักจริงและการตรวจเลือดซ้ำให้ข้อมูลที่แม่นกว่า และสำหรับผู้ที่ใช้ยาลดไขมันอยู่ การปรับอาหารเป็นการเสริมการรักษา ไม่ใช่การแทนที่
แหล่งอ้างอิง
- . Puwastien P, Judprasong K, Sridonpai P, Saiwan T. Thai Food Composition Tables 2015, 2nd ed. Nakhon Pathom: Institute of Nutrition, Mahidol University; 2015. ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . https://inmu.mahidol.ac.th/thaifcd/ ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2563. https://nutrition2.anamai. ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 3. ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยอายุรแพทย ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . https://www2.rcpt.org/web/content/1022 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ. ราชกิจจานุเบกษา; 2566. https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=58390702 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . World Health Organization. Saturated Fatty Acid and Trans-Fatty Acid Intake for Adults and Children: WHO Guideline. Geneva: WHO; 2023. PMID: 37490572. https:/ ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Lichtenstein AH, Appel LJ, Vadiveloo M, et al. 2021 Dietary Guidance to Improve Cardiovascular Health: A Scientific Statement From the American Heart Associat ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;144(23):e472–e487. doi:10.1161/CIR.0000000000001031 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Hooper L, Martin N, Jimoh OF, et al. Reduction in saturated fat intake for cardiovascular disease. Cochrane Database Syst Rev. 2020;5(5):CD011737. doi:10.1002 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 8. Rouhani MH, Rashidi-Pourfard N, Salehi-Abargouei A, et al. Effects of Egg Consumption on Blood Lipids: A Systematic Review and Meta-Analysis of Randomized Cl ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;37(2):99–110. doi:10.1080/07315724.2017.1366878 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Drouin-Chartier JP, Chen S, Li Y, et al. Egg consumption and risk of cardiovascular disease: three large prospective US cohort studies, systematic review, and ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;368:m513. doi:10.1136/bmj.m513 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Zhong VW, Van Horn L, Cornelis MC, et al. Associations of Dietary Cholesterol or Egg Consumption With Incident Cardiovascular Disease and Mortality. JAMA. 201 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;321(11):1081–1095. doi:10.1001/jama.2019.1572 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Rong Y, Chen L, Zhu T, et al. Egg consumption and risk of coronary heart disease and stroke: dose-response meta-analysis of prospective cohort studies. BMJ. 2 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;346:e8539. doi:10.1136/bmj.e8539 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Blesso CN, Fernandez ML. Dietary Cholesterol, Serum Lipids, and Heart Disease: Are Eggs Working for or Against You? Nutrients. 2018;10(4):426. doi:10.3390/nu1 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 13. Djoussé L, Khawaja OA, Gaziano JM. Egg consumption and risk of type 2 diabetes: a meta-analysis of prospective studies. Am J Clin Nutr. 2016;103(2):474–480. ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 14. Oh SY, Miller LT. Effect of dietary egg on variability of plasma cholesterol levels and lipoprotein cholesterol. Am J Clin Nutr. 1985;42(3):421–431. doi:10. ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 15. Te Morenga LA, Howatson AJ, Jones RM, Mann J. Dietary sugars and cardiometabolic risk: systematic review and meta-analyses of randomized controlled trials o ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;100(1):65–79. doi:10.3945/ajcn.113.081521 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . Siddiqua T, Uddin I, Hasan MR, Begum R. Effect of heating and re-heating on physico-chemical properties of rice bran oil and soybean oil. J Agric Food Res. 20 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- ;15:100979. doi:10.1016/j.jafr.2024.100979 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- . U.S. Food and Drug Administration. 21 CFR 101.9 — Nutrition labeling of food. eCFR. https://www.ecfr.gov/current/title-21/chapter-I/subchapter-B/part-101/subp ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- 18. Kaur A, Singh H, Misbah M. Impact of Vegetable Oils and the Effect of Repeatedly Heated Vegetable Oils on Cardiovascular Events: A Review. Curr Cardiol Rev. ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed
- Mar 24 (Epub ahead of print). doi:10.2174/011573403X380521251210151748 ค้นงานวิจัยนี้บน PubMed