สุขภาพ

แนวทางดูแลภาวะนอนไม่หลับ! วิธีเลือกอาหารเสริมบำรุงระบบประสาทใน 7‑11 ปลอดภัยกว่าใช้ยานอนหลับ

คำถามที่หลายคนสงสัยว่า “ยานอนหลับในเซเว่น” หรือผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อนั้นใช้แทนยานอนหลับได้จริงหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ คือ ผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมดที่พบในร้านสะดวกซื้อไม่จัดเป็นยานอนหลับ แต่เป็นอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของพืชสมุนไพร แร่ธาตุ และวิตามิน ซึ่งออกฤทธิ์คนละลักษณะกับยานอนหลับที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และมีระดับหลักฐานทางการแพทย์ต่างกันอย่างชัดเจน

แก้วน้ำและยาเม็ดแคปซูลวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงที่มีดอกลาเวนเดอร์ประดับตกแต่งไว้ โดยมีฉากหลังเป็นเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าสีครีมและสีน้ำเงินเข้ม
แก้วน้ำและยาเม็ดแคปซูลวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงที่มีดอกลาเวนเดอร์ประดับตกแต่งไว้ โดยมีฉากหลังเป็นเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าสีครีมและสีน้ำเงินเข้ม

ภาวะนอนไม่หลับ (insomnia) เป็นปัญหาที่พบได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่หลับ ๆ ตื่น ๆ วัยทำงานที่มีความเครียดสะสม ไปจนถึงวัยรุ่นที่ตารางการนอนไม่สม่ำเสมอและใช้หน้าจอ late at night แนวทางหลักที่องค์กรด้านการนอนหลับและสมาคมแพทย์อายุรกรรมแนะนำเป็นอันดับแรกไม่ใช่ยา แต่เป็นการปรับพฤติกรรมการนอนร่วมกับการรักษาด้วยวิธีคิดและพฤติกรรม (cognitive behavioral therapy for insomnia หรือ CBT-I) ซึ่งมีหลักฐานระดับสูงรองรับว่าช่วยได้จริงและผลคงอยู่ยาวนานกว่าการใช้ยา

บทความนี้จะอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับที่หาซื้อได้ทั่วไปคืออะไร มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร หลักฐานจากงานวิจัยในคนไปจนถึงการศึกษาในหลอดทดลองมีน้ำหนักแค่ไหน วิธีใช้และขนาดที่เหมาะสม ข้อควรระวัง ปฏิกิริยากับยาหรืออาหารอื่น และอาการที่ต้องพบแพทย์ทันที เพื่อให้ผู้อ่านเลือกใช้อย่างมีข้อมูล มากกว่าจะเลือกเพราะฉลากสวยหรือข้อความโฆษณาเพียงอย่างเดียว

ผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับที่ขายทั่วไปคืออะไร และมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร

คำว่า “ยานอนหลับในเซเว่น” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกติดปากมากกว่าคำทางวิชาการ สิ่งที่วางขายจริงตามร้านสะดวกซื้อคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ซึ่งตามกฎหมายไทยจัดเป็นอาหาร จึงไม่สามารถอ้างสรรพคุณรักษาโรคได้ และไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ผู้บริโภคซื้อได้เอง แต่การซื้อได้เองไม่ได้หมายความว่าไม่มีข้อควรระวัง เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอยู่จริงและมีโอกาสเกิดอันตรกิริยากับยาได้

กลไกหลักที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาศัยมีอยู่สามเส้นทาง เส้นทางแรกคือเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาทชนิดยับยั้งอย่างกาบา (GABA) ในสมอง ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีนออกฤทธิ์ แต่ความแรงต่างกันมาก เส้นทางที่สองคือปรับสมดุลของเซโรโทนินและเมลาโทนินซึ่งควบคุมวงจรการตื่นและหลับ และเส้นทางที่สามคือลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติกและแกนไฮโพทาลามัส-ต่อมใต้สมอง-ต่อมหมวกไต (HPA axis) ซึ่งเป็นระบบตอบสนองต่อความเครียด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าอาหารเสริมออกฤทธิ์เร็วและแรงเหมือนยา ความจริงคือสารสกัดจากพืชและแร่ธาตุส่วนใหญ่มีฤทธิ์อ่อนกว่า ต้องใช้ต่อเนื่องหลายวันถึงหลายสัปดาห์จึงจะประเมินผลได้ และผลที่ได้มักเป็นเชิงช่วยให้ผ่อนคลายหรือหลับง่ายขึ้น ไม่ใช่กดประสาทจนหลับในทันที ดังนั้นการคาดหวังผลจึงควรตั้งอยู่บนข้อมูลจริง

คาโมมายล์ (Matricaria chamomilla)

คาโมมายล์เป็นพืชในวงศ์เดียวกับดอกเดซี่ สารสำคัญที่ถูกศึกษามากที่สุดคือฟลาโวนอยด์ชื่ออะพิจีนีน (apigenin) ซึ่งในการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าสามารถจับกับตำแหน่งยึดเกาะบนตัวรับกาบาชนิดเอได้ ทำให้เกิดฤทธิ์สงบประสาทอ่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าช่วยลดการตอบสนองของแกน HPA ต่อความเครียด ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมผู้ที่ดื่มชาคาโมมายล์จึงรู้สึกผ่อนคลาย

อย่างไรก็ตาม การศึกษาในหลอดทดลองใช้ความเข้มข้นของสารสูงกว่าที่ร่างกายได้รับจากการดื่มชาหรือรับประทานอาหารเสริมทั่วไปหลายเท่า จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากลไกนี้จะเกิดในคนในระดับเดียวกัน จุดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องแยกระดับหลักฐานให้ชัดเจนก่อนอ้างสรรพคุณ

นาฬิกาปลุก แก้วน้ำ และยาเม็ดจำนวนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนที่มีโคมไฟเปิดสว่างอยู่ท่ามกลางบรรยากาศภายในห้องนอนช่วงเวลากลางคืน
นาฬิกาปลุก แก้วน้ำ และยาเม็ดจำนวนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนที่มีโคมไฟเปิดสว่างอยู่ท่ามกลางบรรยากาศภายในห้องนอนช่วงเวลากลางคืน

กาบา (GABA)

กาบาเป็นสารสื่อประสาทชนิดยับยั้งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองในสมอง มีบทบาทในการลดการส่งสัญญาณประสาทที่มากเกินไปและช่วยให้สมองอยู่ในภาวะผ่อนคลาย เมื่อระดับกาบาในสมองต่ำลงอาจสัมพันธ์กับความวิตกกังวลและคุณภาพการนอนที่แย่ลง

ประเด็นที่ต้องเข้าใจคือ กาบาที่รับประทานเข้าไปไม่ใช่กาบาเดียวกับกาบาในสมอง เพราะโมเลกุลต้องผ่านตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (blood-brain barrier) ซึ่งมีหลักฐานทั้งฝั่งที่บอกว่าผ่านได้เล็กน้อยและฝั่งที่บอกว่าผ่านได้จำกัดมาก งานทบทวนวรรณกรรมจึงสรุปว่าผลต่อความเครียดและการนอนที่รายงานในการศึกษาขนาดเล็กอาจเกิดจากกลไกทางอ้อมในลำไส้และระบบประสาทส่วนปลายร่วมด้วย ไม่ใช่จากการเพิ่มกาบาในสมองโดยตรง

แมกนีเซียม

แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเอนไซม์มากกว่าสามร้อยชนิดในร่างกาย รวมถึงการควบคุมตัวรับเอ็นเอ็มดีเอและการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก มีสมมติฐานว่าแมกนีเซียมช่วยลดการกระตุ้นของระบบประสาทและลดระดับคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อคุณภาพการนอน

นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังเป็นโคแฟกเตอร์ในกระบวนการสร้างเมลาโทนิน และมีส่วนในการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งอธิบายว่าทำไมผู้ที่ขาดแมกนีเซียมจึงมักมีอาการกระตุกกล้ามเนื้อและนอนหลับไม่สนิท อย่างไรก็ตาม การเสริมแมกนีเซียมจะเห็นผลชัดเจนกว่าในกลุ่มที่ขาดจริง เทียบกับกลุ่มที่ระดับในร่างกายปกติอยู่แล้ว

แก้วน้ำและยาเม็ดสีขาววางอยู่บนโต๊ะข้างโคมไฟและหนังสือ โดยมีกระถางต้นไม้ขนาดเล็กวางประดับอยู่ใกล้กันในบรรยากาศห้องนอนที่ดูเงียบสงบ
แก้วน้ำและยาเม็ดสีขาววางอยู่บนโต๊ะข้างโคมไฟและหนังสือ โดยมีกระถางต้นไม้ขนาดเล็กวางประดับอยู่ใกล้กันในบรรยากาศห้องนอนที่ดูเงียบสงบ

วิตามินบี

วิตามินบี 6 เป็นโคแฟกเตอร์สำคัญในขั้นตอนที่เปลี่ยนทริปโตเฟนเป็นเซโรโทนิน และเซโรโทนินเป็นสารตั้งต้นของเมลาโทนิน ดังนั้นการขาดวิตามินบี 6 จึงอาจส่งผลต่ออารมณ์และการนอนได้ทางอ้อม ส่วนวิตามินบี 12 เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเซลล์เม็ดเลือด การขาดวิตามินบี 12 พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานอาหารเจหรือมังสวิรัติระยะยาว และผู้ที่ใช้ยาลดกรดบางชนิดต่อเนื่อง

ข้อควรระวังคือวิตามินบี 6 ขนาดสูงมากติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการชาที่มือและเท้าจากเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ จึงไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่แนะนำโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

เมลาโทนินและแอล-ธีอะนีน

เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างเองจากต่อมไพเนียล ทำหน้าที่บอกเวลาภายในร่างกายว่าถึงเวลาหลับ อาหารเสริมเมลาโทนินจึงเหมาะกับปัญหาการนอนที่เกิดจากนาฬิกาชีวภาพคลาดเคลื่อน เช่น อาการจาก jet lag หรือการทำงานเป็นกะ มากกว่าการนอนไม่หลับจากความเครียดหรือความกังวล

แอล-ธีอะนีน (L-theanine) เป็นกรดอะมิโนที่พบในใบชา มีรายงานว่าช่วยเพิ่มคลื่นสมองแบบแอลฟา ซึ่งสัมพันธ์กับความผ่อนคลายแบบยังตื่นตัว และอาจช่วยให้หลับง่ายขึ้นโดยไม่ทำให้ง่วงซึมในเวลากลางวัน

หลักฐานจากงานวิจัย

การประเมินว่าอาหารเสริมช่วยนอนหลับได้จริงหรือไม่ ต้องดูระดับหลักฐานต่างกันมาก เพราะการศึกษาแต่ละแบบมีน้ำหนักต่างกัน หลักฐานที่หนักที่สุดคือการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (randomized controlled trial หรือ RCT) ในคน รองลงมาคือการศึกษาในหลอดทดลองหรือในสัตว์ ซึ่งบอกได้เพียงกลไกที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันผลในคน และลำดับสุดท้ายคือตำราและภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประสบการณ์

ระดับหลักฐาน: RCT ในคน

คาโมมายล์มีการศึกษาแบบ RCT ในผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังขนาดเล็ก พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดมีคุณภาพการนอนดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยาหลอก แต่ขนาดตัวอย่างเล็กและระยะเวลาสั้น จึงยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าได้ผลชัดเจน ต่อมามีการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานพบแนวโน้มว่าคาโมมายล์อาจช่วยลดความวิตกกังวลและปรับคุณภาพการนอนได้ แต่คุณภาพหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง

กาบามี RCT ในผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับซึ่งใช้กาบาจากเชื้อราที่หมักบนข้าวกล้อง พบว่ากลุ่มที่ได้รับกาบามีระยะเวลาที่ใช้ในการหลับสั้นลงและสัดส่วนการนอนหลับลึกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยาหลอก แต่การศึกษาเล็กและยังไม่ได้ทำซ้ำในขนาดใหญ่

แมกนีเซียมมี RCT ในผู้สูงอายุที่มีภาวะนอนไม่หลับปฐมภูมิ พบว่าการเสริมแมกนีเซียมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนและลดระยะเวลาตื่นกลางดึกได้บ้าง และมีการวิเคราะห์อภิมานที่สรุปว่าหลักฐานยังจำกัดแต่มีแนวโน้มเป็นบวกในผู้สูงอายุ

เมลาโทนินมีหลักฐานจาก RCT และการวิเคราะห์อภิมานหลายฉบับว่าช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการหลับได้เล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหานาฬิกาชีวภาพคลาดเคลื่อน ส่วนแอล-ธีอะนีนมี RCT ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบว่าช่วยลดความรู้สึกเครียดและปรับคุณภาพการนอนเมื่อใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ขณะที่วาเลอเรียนมีผลการวิเคราะห์อภิมานที่ไม่สม่ำเสมอและยังสรุปไม่ได้ชัดเจน

ระดับหลักฐาน: การศึกษาในหลอดทดลองและในสัตว์

การศึกษาในหลอดทดลองพบว่าอะพิจีนีนจากคาโมมายล์จับกับตัวรับกาบาชนิดเอได้ และสารสกัดคาโมมายล์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจอธิบายผลทางอ้อมต่อระบบประสาท อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นที่ใช้ในการทดลองมักสูงกว่าความเข้มข้นในเลือดของคนหลังรับประทานมาก จึงต้องตีความอย่างระมัดระวัง

การศึกษาในสัตว์พบว่าแมกนีเซียมและกาบามีผลต่อพฤติกรรมคล้ายลดความวิตกกังวล แต่ผลในสัตว์ไม่ได้ถ่ายทอดมายังคนโดยตรงเสมอไป งานวิจัยในหลอดทดลองจึงควรถูกมองว่าเป็นข้อมูลสนับสนุนกลไก ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในผู้ป่วย

ระดับหลักฐาน: ตำราและภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพร

คาโมมายล์ วาเลอเรียน และดอกไม้หอมต่าง ๆ มีบันทึกการใช้เป็นยาช่วยผ่อนคลายและช่วยนอนหลับในตำราการแพทย์แผนโบราณของหลายวัฒนธรรมมานาน ข้อมูลส่วนนี้มีคุณค่าในแง่ประสบการณ์และการใช้ต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่หลักฐานเชิงทดลองที่ยืนยันขนาดหรือประสิทธิผลในคนไข้ทุกราย

การอ้างสรรพคุณจากภูมิปัญญาควรใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นอยู่เป็นประจำ

วิธีใช้ ขนาดที่เหมาะสม และข้อปฏิบัติ

ขนาดที่ใช้ในการศึกษาส่วนใหญ่มีดังนี้ คาโมมายล์ในรูปสารสกัดมาตรฐานประมาณ 270 ถึง 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน แมกนีเซียมประมาณ 200 ถึง 500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยการศึกษาในผู้สูงอายุใช้ 500 มิลลิกรัมต่อวัน กาบาประมาณ 100 ถึง 300 มิลลิกรัมต่อวัน แอล-ธีอะนีนประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน และเมลาโทนินประมาณ 0.5 ถึง 5 มิลลิกรัมก่อนนอน 30 ถึง 60 นาที ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงที่พบในงานวิจัย ไม่ใช่ขนาดแนะนำตายตัวสำหรับทุกคน

หลักการสำคัญคือเริ่มจากขนาดต่ำสุดก่อน ใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยสองถึงสี่สัปดาห์แล้วประเมินผล หากไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติควรหยุดและปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ควรเพิ่มขนาดเองซ้ำ ๆ เพราะคิดว่าไม่แรงพอ และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเดือนโดยไม่มีการประเมิน

การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านสะดวกซื้อควรดูเลขสารบบอาหารบนฉลาก มีชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน มีการระบุปริมาณสารสำคัญต่อหน่วยบริโภค และไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมส่วนผสมหลายชนิดในคราวเดียวโดยไม่ทราบขนาดของแต่ละตัว เพราะหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จะไม่รู้ว่ามาจากส่วนผสมใด

ควรรับประทานก่อนเข้านอนประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะหักล้างฤทธิ์และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรกิริยากับยา นอกจากนี้ควรเก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นมือเด็กและอ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้

สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าอาหารเสริมคือพฤติกรรมการนอน ได้แก่ เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน งดจอภาพอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน ห้องนอนควรมีอุณหภูมิพอเหมาะและมืดสนิท และหากนอนไม่หลับเกิน 20 นาทีควรลุกขึ้นไปทำกิจกรรมเบา ๆ ในที่แสงสลัวจนง่วงแล้วค่อยกลับมานอน

ข้อควรระวังและกลุ่มที่ต้องระวัง

อาหารเสริมไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร เด็กและวัยรุ่นที่ยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไตเรื้อรัง และผู้ที่ต้องขับขี่ยานพาหนะหรือควบคุมเครื่องจักรหลังรับประทาน

ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์เดียวกับดอกเดซี่ เช่น คาโมมายล์ เก๊าจาว หรือดาวเรือง ควรหลีกเลี่ยงคาโมมายล์ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาแพ้ข้ามสายพันธุ์ และผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิดควรระวังการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากสมุนไพรบางตัว

การเสริมแมกนีเซียมในขนาดสูงอาจทำให้ท้องเสียและปวดท้อง โดยเฉพาะแมกนีเซียมออกไซด์ ส่วนผู้ที่มีโรคไตอาจเกิดการสะสมของแมกนีเซียมจนเป็นอันตราย จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานอาจปนเปื้อนสารต้องห้ามหรือสารที่ไม่ได้ระบุบนฉลาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยให้นอนหลับเร็วเป็นพิเศษ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้และมีเลขสารบบอาหารถูกต้อง

หากใช้ต่อเนื่องแล้วยังนอนไม่หลับ หรือต้องเพิ่มขนาดอยู่เรื่อย ๆ ควรถือเป็นสัญญาณว่าปัญหาอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคซึมเศร้า หรือผลข้างเคียงของยาที่ใช้อยู่ และอย่าหวังผลเท่ายานอนหลับที่แพทย์สั่งจ่าย

ปฏิกิริยากับยาหรืออาหารอื่น

แมกนีเซียมอาจลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลินและกลุ่มควิโนโลน รวมถึงยารักษากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อยสองชั่วโมง และผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะอาจมีการสูญเสียแมกนีเซียมเพิ่มขึ้นจนต้องปรับขนาด

คาโมมายล์และวาเลอเรียนอาจเสริมฤทธิ์กดประสาทของยาในกลุ่มเบนโซไดอะซีพีน ยานอนหลับอื่น และแอลกอฮอล์ ทำให้ง่วงมากผิดปกติและเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ คาโมมายล์ยังมีรายงานว่าอาจเพิ่มฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดวาร์ฟาริน

เมลาโทนินถูกกำจัดออกผ่านเอนไซม์ CYP1A2 จึงอาจมีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม เช่น ฟลูวอกซามีน ยากันชัก และยาต้านการแข็งตัวของเลือด และควรระวังการใช้ร่วมกับยาลดความดันโลหิตเพราะอาจทำให้ความดันต่ำเกินไป

วิตามินบี 6 ขนาดสูงอาจลดประสิทธิภาพของยาเลโวโดปาในผู้ป่วยพาร์กินสัน และกาบาที่รับประทานร่วมกับยาคลายกังวลหรือแอลกอฮอล์อาจทำให้ง่วงซึมมากเกินไปจนกระทบการหายใจ

อาการที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการนอนไม่หลับส่วนใหญ่ไม่ใช่อาการฉุกเฉิน แต่มีบางสถานการณ์ที่พบแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ อาการแพ้รุนแรงหลังรับประทานอาหารเสริม เช่น ผื่นลมพิษทั่วตัว ใบหน้าหรือริมฝีปากบวม หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก

ควรพบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่มร่วมกับนอนไม่หลับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจหรือไทรอยด์เป็นพิษ นอกจากนี้หากมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวันจนเผลอหลับขณะขับรถ หรือมีคนในบ้านสังเกตว่ากรนดังและหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ควรได้รับการตรวจการนอนหลับเพื่อคัดกรองภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หากมีอารมณ์ซึมเศร้า เบื่อหน่ายต่อชีวิต หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ต้องพบแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิตทันที เพราะภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล และการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยได้มากกว่าการซื้อยารับประทานเอง

ผู้ที่รับประทานยานอนหลับหรืออาหารเสริมแล้วเกิดอาการสับสน เดินละเมอ ทำกิจกรรมโดยไม่รู้ตัว หรือจำเหตุการณ์ไม่ได้ ควรหยุดผลิตภัณฑ์นั้นและพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย

ผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับที่ขายในร้านสะดวกซื้อนับเป็นยานอนหลับหรือไม่

ไม่นับ เพราะจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามกฎหมายไทย จึงไม่ต้องมีใบสั่งยาและไม่สามารถอ้างสรรพคุณรักษาโรคได้ ฤทธิ์จึงอ่อนกว่าและมีหลักฐานน้อยกว่ายานอนหลับที่แพทย์สั่งจ่าย

ดื่มชาคาโมมายล์ทุกคืนติดต่อกันได้หรือไม่

โดยทั่วไปการดื่มในปริมาณปกติถือว่าปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ แต่ผู้ที่แพ้พืชวงศ์เดซี่หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน และไม่ควรใช้แทนการรักษาภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง

กาบาที่รับประทานเข้าไปผ่านเข้าสมองได้จริงหรือไม่

หลักฐานยังขัดแย้งและเชื่อว่าผ่านได้จำกัดมาก ผลที่รายงานในการศึกษาขนาดเล็กอาจเกิดจากกลไกทางอ้อม เช่น ผ่านระบบประสาทในลำไส้ จึงไม่ควรคาดหวังฤทธิ์แรงเทยายับยั้งระบบประสาท

แมกนีเซียมแบบใดดูดซึมดีที่สุด

รูปแบบที่ละลายน้ำได้ดี เช่น แมกนีเซียมไกลซิเนตหรือแมกนีเซียมซิเตรตมักถูกกล่าวถึงว่าดูดซึมดีและระคายเคืองกระเพาะน้อยกว่า แต่แต่ละรูปแบบมีข้อดีต่างกัน การเลือกควรขึ้นกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่

อาหารเสริมช่วยแทนการรักษาภาวะนอนไม่หลับได้หรือไม่

ไม่ควรใช้แทนการรักษาหลัก โดยเฉพาะภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังที่แนวทางแรกคือการปรับพฤติกรรมและการรักษาด้วยวิธีคิดและพฤติกรรม ซึ่งมีหลักฐานแข็งแรงกว่า อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยเสริมและควรใช้ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

สรุป

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกว่า “ยานอนหลับในเซเว่น” แท้จริงคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของคาโมมายล์ กาบา แมกนีเซียม วิตามินบี เมลาโทนิน หรือแอล-ธีอะนีน ซึ่งมีฤทธิ์อ่อนกว่าและมีหลักฐานทางการแพทย์ต่างจากยานอนหลับที่ต้องสั่งจ่าย หลักฐานที่ดีที่สุดในกลุ่มนี้มาจาก RCT ในคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก และผลที่ได้มักเป็นเชิงช่วยให้ผ่อนคลายหรือหลับง่ายขึ้น ไม่ใช่การรักษาภาวะนอนไม่หลับให้หายไป

ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มจากการปรับพฤติกรรมการนอนและปรึกษาแพทย์เมื่ออาการเรื้อรัง หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรเลือกที่มีเลขสารบบอาหารชัดเจน เริ่มจากขนาดต่ำสุด ใช้อย่างมีระยะเวลาและประเมินผล และห้ามใช้แทนการรักษาหลักโดยเด็ดขาด เพราะการนอนไม่หลับเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. Hieu TH, Dibas M, Surya Dila KA, et al. Therapeutic efficacy and safety of chamomile for state anxiety, generalized anxiety disorder, insomnia, and sleep quality: A systematic review and meta-analysis of randomized trials and observational studies. Phytother Res. 2019;33(6):1604-1615. — PubMed 31006899
  2. Hepsomali P, Groeger JA, Nishihira J, Scholey A. Effects of Oral Gamma-Aminobutyric Acid (GABA) Administration on Stress and Sleep in Humans: A Systematic Review. Front Neurosci. 2020;14:923. — PubMed 33041752
  3. Byun JI, Shin YY, Chung SE, Shin WC. Safety and Efficacy of Gamma-Aminobutyric Acid from Fermented Rice Germ in Patients with Insomnia Symptoms: A Randomized, Double-Blind Trial. J Clin Neurol. 2018;14(3):291-295. — PubMed 29856155
  4. Sateia MJ, Buysse DJ, Krystal AD, Neubauer DN, Heald JL. Clinical Practice Guideline for the Pharmacologic Treatment of Chronic Insomnia in Adults: An American Academy of Sleep Medicine Clinical Practice Guideline. J Clin Sleep Med. 2017;13(2):307-349. — PubMed 27998379
  5. Bent S, Padula A, Moore D, Patterson M, Mehling W. Valerian for sleep: a systematic review and meta-analysis. Am J Med. 2006;119(12):1005-12. — PubMed 17145239
  6. Ohayon MM. Epidemiology of insomnia: what we know and what we still need to learn. Sleep Med Rev. 2002;6(2):97-111. — PubMed 12531146